China Power | Environment | East Asia

20 รับ 100 pg1️⃣M98: China Will No Longer Be a Developing Country After 2023. Its Climate Actions Should Reflect That.

เกม ยิง ปลา 2020 1️⃣2021,ทั้งนี้ สัดส่วยรายได้ในปีนี้จะมาจากภาครัฐ 20% และภาคเอกชน 80%สัญญาที่ 2 มีเอกชนร่วมประมูล 4 ราย ได้แก่ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)หรือ ITD, กิจการร่วมค้าทีซี จอยเวนเจอร์ , บริษัท ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง จำกัด และ บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน)หรือ NWR Valuation: ประเมินมูลค่าเหมาะสมปี 2016 ที่ 4.05 บาท อิง PER ที่ระดับ 6 เท่า ซึ่งใกล้เคียงค่าเฉลี่ยของกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายเล็กที่มีรายได้ช่วง 2 5 พันล้านบาท ซึ่งราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside สูงกว่า 60%บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TACC เปิดเผยว่า บริษัทจะจัดการลงนามในสัญญาแต่งตั้ง บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือ FSS เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท ร่วมกับบริษัทหลักทรัพย์ผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายอีก 6 แห่ง ในวันที่ 23 พ.ย.58สัญญาน้ำมันดิบ WTI ได้รับแรงหนุนหลังจาก EIA รายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 13 พ.ย. เพิ่มขึ้นเพียง 252,000 บาร์เรล สู่ระดับ 487.3 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 8 ติดต่อกัน ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะพุ่งขึ้น 2 ล้านบาร์เรลขณะที่สต็อกน้ำมันดิบที่เมืองคุชชิ่ง รัฐโอกลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งมอบน้ำมัน เพิ่มขึ้น 1.5 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 56.9 ล้านบาร์เรลเกม ยิง ปลา 2020 1️⃣2021,แนวโน้มภาคบ่ายเชิงเทคนิค: ดัชนีช่วงเช้า ไม่สามารถปรับตัวผ่านแนวต้านสำคัญที่ 1,400 ได้ มีโอกาสปรับตัวลงทดสอบ 1,380 ก่อนกลับขึ้นทดสอบ 1,400 อีกครั้งสรุปผลการประมูลรถไฟรางคู่ ฉะเชิงเทรา-แก่งคอย หุ้น STEC เป็นผู้ชนะการประมูลสัญญา 1 ไป ด้วยราคาต่ำสุดที่ 9.82 พันลบ. ขณะสัญญา 2 ซึ่งมีมูลค่าไม่มาก น่าจะรู้ผลในช่วงบ่ายวันนี้ ทั้งนี้ยังน่าลุ้นการประมูลเส้นจิระ-ขอนแก่น มูลค่าราว 27 พันลบ. ในเดือนหน้าต่อไป ซึ่งมูลค่าที่มากกว่ารอบนี้น่าส่งผลให้เห็นแรงเก็งกำไรที่มากขึ้นรวมทั้งสัญญาแก้ไขสัญญาว่าจ้างบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) เป็นผู้บริหารโครงการ รวมถึงเป็นผู้จัดหาและติดตั้งอุปกรณ์งานระบบรถไฟฟ้าในโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง บางใหญ่-ราษฎร์บูรณะ ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ(สถานีคลองบางไผ่-สถานีเตาปูน) ( โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ) ฝ่ายวิเคราะห์ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) แนะหุ้น SCN ซื้อเก็งกำไร แนวรับ 8.70-8.95 บาท แนวต้าน 9.35-9.60 // 10.00 บาทสัญญาที่ 2 มีเอกชนร่วมประมูล 4 ราย ได้แก่ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)หรือ ITD, กิจการร่วมค้าทีซี จอยเวนเจอร์ , บริษัท ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง จำกัด และ บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน)หรือ NWR แนะนำซื้อ S11 โดยมีแนวรับที่ 9.50 และ 9.40 และมีแนวต้านที่ 10.00 และ 10.40 เป็นจุดขายทำกำไร55.50 58.50,CSS ขายอีกทั้งบริษัทยังสนใจลงทุนในกลุ่มธุรกิจ VDO Content Distribution และ Digital Content อย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้ก็อยู่ระหว่างการศึกษา แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด ซึ่งปัจจุบันได้ร่วมลงทุนในกิจการร่วมค้า กันตนาและอินทัช โดยบมจ.กันตนา กรุ๊ป ถือหุ้นสัดส่วน 50 % และบริษัท อินทัช มีเดีย จำกัด ถือหุ้น 50% เพื่อลงทุนและผลิตรายการเพื่อออกอากาศในช่องโทรทัศน์ อย่าง กอสซิป เกิร์ล ไทยแลนด์ (Gossip Girl Thailand) ที่ก็ได้รับการตอบรับที่ดีมากผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น BOJ มีมติยังคงการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบด้วยการซื้อพันธบัตรและสินทรัพย์เสี่ยงด้วยวงเงิน 80 ล้านล้านเยนต่อปี ตามเดิม。 SCN ปิด 9.00 +0.20 +2.27%แนวรับ : 27 / 25 บาทโดยปัจจุบัน UREKA มีมูลค่างานในมือ (Backlog) ประมาณ 160 ล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์มูลค่า 150 ล้านบาท ซึ่งคาดรับรู้รายได้ปีนี้ 80% และกลุ่มการเกษตร มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท คาดรับรู้รายได้ปีนี้ทั้งหมด นอกจากนี้ ยังมีงานใหม่ที่อยู่ระหว่างการประมูลมูลค่า 120 ล้านบาท คาดจะทราบผลประมูลในปีนี้ โดยคาดว่าจะได้รับงานใหม่ประมาณ 50% ของมูลค่างานทั้งหมดที่ยื่นไปแนวรับ : 1392 และ 1390。

ด้านนายไพบูลย์ ภานุวัฒนวงศ์ ประธานเจ้าหน้าบริหาร THCOM เปิดเผยว่า ไทยคมภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมโทรทัศน์และสื่อของประเทศอินเดีย และขอขอบคุณพันธมิตรทางธุรกิจ สำหรับความไว้วางใจใช้บริการสัญญาณดาวเทียมของไทยคม ความสำเร็จของการบรรลุข้อตกลงการให้บริการช่องสัญญาณดาวเทียมในครั้งนี้นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับไทยคม และถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ไม่ใช่เพียงการที่ดาวเทียมไทยคม 7 มีการจองใช้งานครบ 100% เท่านั้น หากแต่ยังเป็นการนำแพลตฟอร์มรูปแบบการส่งเนื้อหารายการโทรทัศน์ผ่านสัญญาณดาวเทียมไปใช้ในประเทศอินเดียอีกด้วย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเนื่องไปถึงการที่เราจะปูพื้นฐานที่มั่นคงให้กับการให้บริการด้วยดาวเทียมไทยคม 8 ต่อไปด้วย,แนวรับ 1377-1380* แนวต้าน 1387-1390 MINT (BUY:[email protected]): ช่วง 4Q58 คาดกำไรโต YoY โดยเฉพาะธุรกิจในไทยที่ได้อานิสงส์บวกจาก High Season อีกทั้งคาดรับรู้การขาย pool villas ราว 2-3 ยูนิต ขณะที่ธุรกิจในต่างประเทศยังเติบโตสดใส ทำให้ปี 58 คาดกำไรปกติโต 8%YoY และโตต่อ 10%YoY ในปี 59 และเมื่อบวกกับปัจจุบันยังมี Upside 19.4% จึงแนะนำ ซื้อ นักลงทุนจับตาดูรายงานการประชุมนโยบายการเงินของเฟดประจำวันที่ 27-28 ต.ค. ซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันพุธนี้ตามเวลาสหรัฐ เพื่อจับสัญญาณว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้าหรือไม่ ขณะที่ผลสำรวจความคิดเห็นของนักวิเคราะห์ล่าสุด ซึ่งจัดทำโดย CMEGroup s Fedwatch ระบุว่า โอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค.นั้น มีสูงเกือบ 70% DW28 เผย ซื้อสุทธิ Call DW บนหุ้น SCB หลังหุ้นอ้างอิงร่วงกว่า 2%โดยตัวประกันชาวนอร์เวย์ที่ถูกสังหารไปนั้น อายุ 48 ปี ชื่อ กริมส์การ์ด ออฟสแตด และตัวประกันชาวจีนคือ ฟ่าน จิง หุย อายุ 50 ปี ซึ่งตัวประกันเหล่านี้ ทางกลุ่ม IS ได้เรียกค่าไถ่ตัวประกันด้วยเช่นกันโดยการคาดการณ์ดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ EIA เปิดเผยรายงานประจำสัปดาห์ว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐในรอบสัปดาห์ดังกล่าว ปรับตัวขึ้น 3,000 บาร์เรล สู่ระดับ 9.182 ล้านบาร์เรลต่อวัน,โดยการเพิ่มเติมขอบเขตงานในการเป็นผู้บริหารงานซ่อมบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานทางโยธาและไฟฟ้าเครื่องกลของโครงการดังกล่าว ลงนามวันที่ 17 พฤศจิกายน 2558 มูลค่าสัญญาประมาณ 1,520 ล้านบาท(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 8 ปีนอกจากนี้ ธนาคารยังปล่อยสินเชื่อที่มีความเสี่ยงสูงเพื่อจะได้ผลตอบแทนที่มากเพียงพอต่อต้นทุนทางการเงินซึ่งอยู่ในระดับสูงด้วย ทั้งนี้ ธนาคารมีความเสี่ยงด้านเครดิตทั้งจากสินเชื่อรถยนต์ใช้แล้ว (ซึ่งมีสัดส่วนมากกว่า 40% ของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ทั้งหมด) สินเชื่อกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และสินเชื่อการค้าในกลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพสินเชื่อของธนาคารได้ในกรณีที่เศรษฐกิจทรุดตัวลงแต่ขณะนี้มองว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเม็ดเงินในส่วนของ 3 มาตรการจะเริ่มลงไปในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมนี้ และถ้าหากเศรษฐกิจจีนไม่มีปัญหา มองว่าปีนี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ดีไม่ดีอาจจะทะลุเกิน 3% ด้วย ดังนั้น จึงถึงเวลาที่เอกชนต้องลงทุนเพื่อช่วยกันผลักดันให้เศรษฐกิจเดินหน้า พร้อมระบุว่าในครึ่งปีแรกของปี 59 รถไฟฟ้าทุกสายจะต้องพร้อมประกวดราคาคำแนะนำทางกลยุทธ์ ซื้อเก็งกำไร และรับเพิ่มหากย่อลงมาแถว 19.1 โดยมีแนวรอขายทำกำไรแถว 20.3 และ 20.8、ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 1 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 214.3 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 900,000 บาร์เรล สำหรับสต็อกน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล ลดลง 791,000 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 140.3 ล้านบาร์เรล เทียบกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 200,000 บาร์เรลIRPC (TP4.82*): Support 4.26/4.18 Resistant 4.38/4.6 UREKA คาดผลประกอบการ Q4/58 เริ่มฟื้นตัว ตามทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ขณะที่ผลกระทบระยะยาว จะมีผลกระทบกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในกลุ่มยูโรโซนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวของฝรั่งเศส ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก อีกทั้งกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่อาจจะถอนเงินลงทุนจากสหภาพยุโรปไปยังประเทศมีความปลอดภัยมากกว่า ส่งผลต่อเศรษฐกิจของฝรั่งเศส และสินค้าไทยอาจจะราคาสูงขึ้นเป็นผลจากการที่ค่าเงินยูโรอ่อนตัวด้านแรงซื้อขายสุทธิใน DW28 ในวันพุธ นักลงทุนซื้อสุทธิใน Call DW บนหุ้นที่ปรับตัวลงแรง นำโดย SCB28C1601A 12.7 ล้านหน่วย STEC28C1604A 10.0 ล้านหน่วย และรวมทั้งมีแรงซื้อสุทธิใน SET50 Call DW ด้วย เช่น S5028C1512A ส่วนทางด้านแรงขายสุทธิ ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มหุ้นพลังงาน และไอซีที ตัวอย่างเช่น DTAC28C1602A BANP28C1602A และ JAS28C1602A,ขณะที่ตั้งเป้าหมายรายได้ปี 59 ที่ระดับ 2.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่คาดทำได้ต่ำกว่าเป้าหมายมาที่ราว 2.2 พันล้านบาทขณะที่ธุรกิจผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนอุปกรณ์และตกแต่งยานยนต์ ภายใต้แบรนด์ AEROKLAS จะทำให้บริษัทเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยมีคำสั่งซื้อสินค้ากลุ่ม Canopy และ Deck cover เพิ่มขึ้นจากรถกระบะโมเดลใหม่ๆ และกำลังพัฒนาสินค้าใหม่จากโพลีเมอร์และพลาสติกทดแทนการใช้โลหะเพื่อลดน้ำหนักของรถยนต์ทำให้ประหยัดพลังงานนายวินสเลย์ เฟอร์นานเดส กรรมการบริหาร แคสเซิล มีเดีย เปิดเผยว่า ดาวเทียมไทยคม 7 ได้เปิดให้บริการสัญญาณดาวเทียมคุณภาพสูง สำหรับการให้บริการเคเบิลทีวีดิจิตอล ในระบบ HITS ในประเทศอินเดียเมื่อไม่นานมานี้ จะยังเดินหน้าทำงานร่วมกับไทยคม เพื่อเพิ่มระดับการใช้สัญญาณดาวเทียมตามแผนการเติบโตของบริษัทในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ด้วยการสนับสนุนอย่างดีเยี่ยมของรัฐบาลเพื่อทำให้ประเทศอินเดียได้เป็นหนึ่งในประเทศแห่งดิจิตอล กกพ. เลื่อนรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน FiT ชายแดนภาคใต้เป็น Q1/59。

As China projects its power abroad and readies to join the club of high-income countries, its climate ambitions can no longer hide behind the veil of development.

China Will No Longer Be a Developing Country After 2023. Its Climate Actions Should Reflect That.
Credit: Depositphotos

China will graduate from a middle-income to a high-income country in a few years. Its GDP per capita has grown explosively from $150 in 1978 to $10,000 today and is on course to surpass the World Bank’s high-income country threshold of $12,536 in 2023. Though this may sound like a symbolic change, the impacts on China’s climate ambitions can be far-reaching. This is because global climate change efforts are rooted in countries contributing based on their income level, so becoming a high-income country adds pressure on China.

In U.N. lingo, this concept is called “common but differentiated responsibility.” It means that rich countries must contribute more to fighting climate change because they have polluted for a longer time, as rooted in the “polluter-pays principle.” Conversely, developing countries are allowed to pollute relatively more today to allow prioritization of pressing issues like poverty alleviation. Last year China announced it had eradicated poverty, and a few years from now, it will officially be a high-income country. Consequently, any reason for China to be treated as a developing country on climate ambitions is gone.

Beijing’s past and present rhetoric on climate change stresses that China is a developing country and should contribute accordingly. China used its developing country status to justify not taking on commitments under the Kyoto Protocol in 1997 – and is still doing so today, as voiced by China’s lead climate negotiator, Xie Zhenhua, at the 2020 China-EU High-level Forum on Green Cooperation. This can be directly contrasted to China’s wish to be regarded as a great country, certainly equal to the United States, as voiced at the recent China-U.S. meeting in Anchorage. Based on this self-perceived strength, Xi Jinping himself refers to China as a “responsible great power.” In fact, according to the Chinese government, China is a “responsible” country that is already making great contributions to fighting climate change domestically and abroad, which is a frequently featured talking point in Chinese Communist Party meetings.

In contrast to China’s positive self-assessment, statistics show that the country’s climate performance is falling behind the EU and the United States. The EU and U.S. peaked their emissions in 1979 and 2007 respectively, and both aim to be carbon neutral by 2050. China aims to reach peak emissions by 2030 and carbon neutrality by 2060. While the world is working hard to swiftly reduce emissions, China’s projections show that its emissions will grow by another 10 percent before peaking in 2030. That increase would be more than the total emissions of Germany and France combined. Simultaneously, in terms of emissions per unit of GDP, China emits twice as much as the U.S. and four times more than the EU. For years, China has excused its behavior under the cover of its development needs. However, if China wants to be considered on par with the EU and U.S. in terms of economy and global power, then its climate actions cannot be an exception.

There seems to be little willingness to acknowledge this in Beijing. Most recently, at the 2021 Climate Summit chaired by U.S. President Joe Biden, Xi lauded China as more ambitious than developed countries as the country would go from peak to zero emissions in a much shorter time. Arguing that the EU and U.S. are unambitious because they reduced emissions earlier is not likely to convince many. Another argument is that China’s reduction of CO2 emissions per unit of GDP is itself a great contribution. However, as China started from a very high point, the 48 percent reduction from 2005 to today only gets it to where the EU was in 1990. Similarly, while Xi stresses that China has made important contributions to adopting the Paris Agreement, it is hard to square Beijing’s global climate leadership with its increasing coal consumption domestically. China’s rhetoric suggests that they agree with the principle that with great power comes great responsibility. But their self-assessment of their climate actions as responsible is way off the mark.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

This seems self-defeating, as a low-carbon transition in China is entirely technically and economically possible, as demonstrated in a recent report by Tsinghua University. China already leads the world in annual installations of renewable energy, which could easily be scaled up in the future. Furthermore, for China, as for most other countries, the cost of wind and solar energy is on parity with fossil fuels. In fact, it’s must cheaper if we include the 1 million annual deaths and $106 billion in healthcare costs resulting directly from air pollution. Critically for China’s need for energy security, the country is home to many of the world’s most advanced companies in solar, wind, and hydropower.

As China continues to develop, it must raise its climate ambitions. The first step is for China’s leaders to acknowledge that current climate performance is certainly not that of a “great responsible power.” If China wants to be seen as an equal to the United States and the EU, it must adopt the great climate ambitions that great countries have.