Interviews | Diplomacy | South Asia

genshin multiplayer: Mohamed Zeeshan on How India Can Grow Its Global Influence

test slot pg1️⃣M98,และก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า กาซียาส จะเปลี่ยนบทบาทด้วยการลงสมัครเป็นประธานสหพันธ์ฟุตบอลสเปน ที่ดำลังจะมีการเลือกตั้งกันในปีนี้,ทั้งนี่้คาดว่า เคียซ่า จะมีค่าตัว อยู่ที่ 60 ล้านปอนด์NCL โชว์ศักยภาพในงาน Opp Dayประเมินรายได้ปีนี้โตไม่ต่ำกว่า 30% หลังจากนั้นแฟนบอลเจ้าถิ่นก็เชียร์หนักขึ้น และพวกเขาก็ทิ้งตัวทันที รวมถึงล้มง่ายในหลายๆจังหวะ อย่างไรห็ตามวันนี้พวกเขาทำได้ดี แต่เรายังมีเกมที่สองเพื่อทำให้สถานการณ์กลับมาถูกต้อง BBL สนับสนุนสินเชื่อ 532 ลบ.ให้ AQพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวสไตล์โมเดิร์น บาร์เซโลน่ามาร์ติน เบรธไวต์เลกาเนสทำให้ เจมส์ เพียร์ซ ผู้สื่อข่าวชื่อดังของ ดิ แอธเลติก สื่อสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า เบซิคตัส ได้ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ใช้อ็อปชั่นซื้อขาดด้กับนายด่านวัย 26 ปีผู้นี้ เนื่องจากมีเงินไม่มากพอ และส่งผลให้ คาริอุส จะต้องกลับไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล ในช่วงซัมเมอร์นี้และก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า กาซียาส จะเปลี่ยนบทบาทด้วยการลงสมัครเป็นประธานสหพันธ์ฟุตบอลสเปน ที่ดำลังจะมีการเลือกตั้งกันในปีนี้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดเยอรมันเยาวชนโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ABOUT THE AUTHOR Rnoid แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือทีมโปรด โหมดฟุตบอลไทย ไม่มีพลาด รูปแอคชั่นกีฬาไทยไม่มีขาด ไม่อยากพลาดให้ตามมาชม พรีเมียร์ลีกเวสต์แฮม ยูไนเต็ดแมนเชสเตอร์ ซิตี้เด็กเก็บบอลถึงกับเสียขวัญหลังทำผิดพลาดในเกม พรีเมียร์ลีก คู่ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เมื่อคืนที่ผ่านมาเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของเกม ซึ่ง แมนฯ ซิตี้ ออกนำ 1-0 ตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรกจาก โรดรี โดยในนาทีที่ 55 เซร์คิโอ อเกวโร่ ยิงบอลผ่านหน้าปากประตู เวสต์แฮม ดูเหมือนบอลไต่เส้นยังไม่ออกหลัง แต่เด็กเก็บบอลในสนามเอติฮัด สเตเดี้ยม คิดว่ามันออกไปแล้ว จึงกะจะตั้งบอลให้เจ้าบ้านเล่นลูกเตะมุม สุดท้าย เควิน เฟรนด์ ผู้ตัดสินจำใจต้องเป่าให้ทำการดร็อปบอล พร้อมกับอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เล่นให้เข้าใจ หลังจากนั้นแฟนบอลเจ้าถิ่นก็เชียร์หนักขึ้น และพวกเขาก็ทิ้งตัวทันที รวมถึงล้มง่ายในหลายๆจังหวะ อย่างไรห็ตามวันนี้พวกเขาทำได้ดี แต่เรายังมีเกมที่สองเพื่อทำให้สถานการณ์กลับมาถูกต้อง ,โดยสื่ออังกฤษเจ้านี้รายงานเพิ่มเติมว่า บาร์ซ่า ต้องควักเงินเพิ่มอีกเกือบร้อยล้านปอนด์ จากเงื่อนไขที่ทำไว้กับหงส์แดงเมื่อคราวที่ซื้อ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ด้วยค่าตัวมหาศาล ซึ่งระบุไว้ว่าหาก บาร์ซ่า ต้องการตัวผู้เล่น ลิเวอร์พูล ระหว่างปี 2018-2021 พวกเขาต้องจ่ายเพิ่มอีก 89 ล้านปอนด์ ,ซน เฮือง-มิน ส่อแววพักตลอดช่วงที่เหลือในฤดูกาลนี้ หลังทีมแพทย์พบว่าศูนย์หน้าโสมขาวแขนหักในเกมวันอาทิตย์ที่ผ่านมาซน เฮือง-มิน ที่โดนผู้เล่น แอสตัน วิลล่า อัดตลอดทั้งเกม แต่สามารถยิงสองประตูช่วยให้ ทอตแน่ม ฮอทสเปอร์ บุกไปเฉือนเอาชนะ 3-2และก่อนหน้านี้ เดลี่เมล์ สื่ออังกฤษ เผย พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จะยุติการแข่งขันทั้งหมดหากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ยังไม่ดีขึ้น และจะทำให้ ลิเวอร์พูล ซึ่งรั้งตำแหน่งจ่าฝูงของลีกในขณะนี้ไม่ได้แชมป์ด้วยฟอร์มที่น่าประทับใจทำให้มีข่าวว่าเจ้าตัวได้รับความสนใจจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในการคว้าตัวไปร่วมทีม โดยล่าสุด ทีมทอล์ค สื่อลูกหนังแดนผู้ดี ระบุว่า ปีศาจแดง พร้อมจะทุ่มข้อเสนอจำนวน 45 ล้านปอนด์ซึ่งเป็นค่าฉีกสัญญาในการซิวตัว กรีลิช มาเสริมทัพ ซน เฮือง มินทอตแน่ม ฮอทสเปอร์สำหรับ เชลซี มีโปรแกรมพบ บอร์นมัธ , ลิเวอร์พูล (เอฟเอ คัพ) , เอฟเวอร์ตัน , แอสตัน วิลล่า และจะกลับมาเล่นเลกที่สองกับ บาเยิร์น มิวนิค คืนวันที่ 18 มีนาคมนี้ เวลา 03.00 น. (เช้าวันพฤหัสบดี) ตามเวลาประเทศไทย หลังเกม เฟอร์ดินานด์ อดีตปราการหลังทีมชาติอังกฤษ ซึ่งทำหน้าที่เป็นคอมเมนเตเตอร์ให้กับ บีที สปอร์ต ในเกมนี้ เผยว่าการที่ หงส์แดง  ปราชัยต่อ ตราหมี นั้นไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจแต่อย่างใด เนื่องจาก ลิเวอร์พูล แพ้ทางทีมที่เล่นบอลประเภทเน้นผลสกอร์ และเกมรับ เหมือนกับ นาโปลี และแอตเลติโก มาดริดอย่างไรก็ตามล่าสุดแข้งวัย 30 ปี ได้ออกมาระบุว่าตนเองเกือบได้ย้ายไปเป็นนักเตะของ ปีศาจแดง ในยุค เดวิด มอยส์ ทว่ากุนซือชาวสกอตแลนด์กลับถูกไล่ออกจากตำแหน่งก่อนทำให้ดีลไม่เกิดขึ้น โดยกล่าวว่า เดวิด มอยส์ ได้มาหาผมด้วยตัวเอง ซึ่งเราได้ตกลงสัญญาเบื้องต้นกันไว้แล้ว อย่างไรก็ตามหลังจากนั้น มอยส์ โดนไล่ออก และ ฟาน กัล ก็เข้ามาทำหน้าที่แทน และผมก็ไม่ได้ยินอะไรจากฝั่ง ยูไนเต็ด อีกระยะหนึ่ง 。

DTAC เปิดตัวดีแทคโฟนใหม่พร้อมอัดโปรแรงโทรฟรี-เน็ตฟรีอย่างไรก็ตาม เฟอร์ดินานด์ เชื่อว่าเกมนัดที่ 2 นั้นจะแตกต่างออกไป โดยกล่าวว่า ลิเวอร์พูล จะไม่ต้องกังวลกับสไตล์การเล่นของ แอตเลติโก มาดริด ในนัดที่ 2 เนื่องจากพวกเขาจะได้กลับไปเล่นใน แอนฟิลด์ และมันจะแตกต่างออกไป และพวกเขาจะกลับไปเป็น ลิเวอร์พูล ทีมเดิมเหมือนก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ผู้เล่นในข่ายที่จะโดนโละมีดังนี้ เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า , รอสส์ บาร์คลีย์ , จอร์จินโญ่ , มาร์กอส อลอนโซ่ , เอเมอร์สัน , เคิร์ท ซูม่า , วิลเลี่ยน และ เปโดรด้วยผลงานที่เกิดขึ้นทำให้มีข่าวว่าหลายทีมดังไม่ว่าจะเป็น เรอัล มาดริด หรือบาร์เซโลนา ให้ความสนใจดึงตัวปราการหลังทีมชาติฮอลแลนด์ไปเสริมแกร่ง แม้ หงส์แดง จะแสดงท่าที่ชัดเจนว่าไม่ต้องการปล่อยตัว ฟาน ไดค์ และพร้อมจะขยายสัญญาฉบับใหม่ออกไปอีก 5 ปีCHG ร่วมงาน Opp Day พบนักลงทุนโชว์ผลงานปี 57 ตั้งเป้าปี 58 โต 20%、 การนำเพียงลูกเดียงยังคงอันตรายอยู่ เปแอสเช เป็นทีมที่แข็งแกร่งมากๆ และเราสามารถผ่านพวกเขาไปได้ในเกมเลกสอง ดาวยิงนอร์วีเจี้ยนกล่าวหลังเกมหลังเกม โซลชา ออกมากล่าวถึงเกมนี้ว่า นี่เป็นเกมที่ยากในสภาพสนามที่ลำบาก โดยเราเสียประตูให้กับพวกเขาจากการเตะมาจากประตู ขณะที่พวกเขาก็เสียประตูให้กับพวกเราจากลูกทุ่ม ซึ่งมันเป็น 2 ประตูที่แย่มากจากการเสียสมาธิของทั้ง 2 ทีม ในเกมนี้ หงส์แดง เจอเล่นงานทั้งเรื่องของแท็คติกที่ แอตเลติโก มาดริด เน้นเกมรับแบบหนาแน่นหลังได้ประตูขึ้นนำ นอกจากนั้นยังโดนดึงเกมทั้งการเล่นช้า และจังหวะตุกติกของแข้งเจ้าบ้าน,test slot pg1️⃣M98,ทำให้ก่อนหน้านี้ฟุตบอลลีกสูงสุดของแดนมะกะโรนี ได้ประกาศว่าการแข่งขัน 5 คู่ในสัปดาห์นี้ ประกอบด้วย อูดิเนเซ่ พบ ฟิออเรนติน่า วันที่ 29 กุมภาพันธ์, เอซี มิลาน พบ เจนัว, ปาร์ม่า พบ สปาล, ซาสซูโอโล พบ เบรสชา รวมถึงบิ๊กแมทช์ประจำสัปดาห์อย่าง ยูเวนตุส พบ อินเตอร์ มิลาน วันที่ 1 มีนาคม จะต้องมีการปิดสนามแข่งขันโดยไม่ให้แฟนบอลเข้าชม เพื่อรักษาความปลอดภัยKBANK จับมือ DTAC-Piggipo Appร่วมพันธมิตรเอาใจคนใช้บัตรเครดิต ส่วนจังหวะของ แม็กไกวร์ ผมไม่คิดว่าจะเป็นใบแดง โดยเขาแค่ต้องการปกป้องตัวเอง เพราะเขาเห็น มิตชี่ บัตชูอายี่ ยืนอยู่ข้างหน้า และขาของเขาก็ไปโดนคู่แข่ง ทั้งนี้เกม 5 คู่ดังกล่าวจะแข่งขันกันอีกครั้งในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้“การขยายธุรกิจอย่างจริงจังมายังตลาดต่างประเทศของสโมสรโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ไม่ใช่เรื่องเล็ก เราหวังว่าความสัมพันธ์ของเรากับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะเติบโตอย่างเข้มแข็งต่อไปด้วยกันในฤดูกาล 2020 นี้”KTC คืนกำไรกิจกรรมอาทิตย์สุขสันต์ รับส่วนลด 20% กับบุฟเฟ่ต์นานาชาติเจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ระบุว่า ทีมของตนเองยังไม่ยอมแพ้ แอตเลติโก มาดริด เนื่องจากยังมีเกมนัด 2 ที่สนาม แอนฟิลด์ รออยู่สำหรับ ลิเวอร์พูล บุกพ่ายต่อ แอตเลติโก มาดริด 0-1 ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย เลกแรก เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ จากประตูชัยของ ซาอูล นิเกซ ในนาทีที่ 4 โดยก่อนเกมที่ เรือใบสีฟ้า จะดวลกับ เรอัล มาดริด ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดแรกที่สนาม ซานติอาร์โก้ เบร์นาเบว วันที่ 26 กุมภาพันธ์ หัวหอกทีมชาติอาร์เจนตินา ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเป้าหมายของตัวเองในรายการนี้ว่า หลายปีที่ผ่านมา เราได้เรียนรู้ประสบการณ์มากมาย โดยเราเพิ่งเข้ามามีส่วนร่วมในถ้วยใบนี้เมื่อปี 2011 แต่ตอนนี้เราได้ยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็นผู้ท้าชิงแบบเต็มตัว กัลโช่ เซเรียอา อิตาลีเวลา 21:00 น. โบโลญญ่า อูดิเนเซ่เวลา 21:00 น. สปอล ยูเวนตุสเวลา 02:45 น. ฟิออเรนติน่า เอซี มิลาน ปอล ป็อกบาลิเวอร์พูลแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดขอให้นายโชคดี เราเคยแพ้มาในอดีตและอาจจะในอนาคตด้วย เพราะนี่คือฟุตบอล ปัญหาที่เกิดขึ้นกับนายที่อายุ 10 ปี ฉันคิดว่านี่เป็นสิ่งที่พวกเขากำลังเผชิญเช่นกัน อย่างเดียวที่ฉันบอกได้คือด้วยวัย 52 ปี มีนมีหลายอย่างเกิดขึ้นจะไม่สามารถจำกัดความเลยล่ะได้,เผยรายะเอียดชุดแข่งใหม่ของ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลหน้าเพิ่มเติมซึ่งพวกเขาจะยังคงใช้สีแดงทั้งเสื้อ กางเกง และถุงเท้า โดยสีแดงจะเป็นเฉดเดียวกับทีมชาติโปรตุเกสสำหรับ ลิเวอร์พูล เปลี่ยนแบรนด์ผลิตชุดแข่งจาก นิว บาลานซ์ มาใช้ ไนกี้ นับตั้งแต่ฤดูกาลหน้าด้วยมูลค่าสัญญา 30 ล้านปอนด์ต่อซีซั่น และเซ็นสัญญากับเป็นเวลา 5 ปีด้วยกันรายงานระบุว่า เรอัล มาดริด พร้อมจ่ายค่าตัวของดาวเตะทีมชาติฮอลแลนด์เป็นเงินถึง 150 ล้านปอนด์ซึ่งทำลายสถิติโลกในตำแหน่งกองหลังของ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ เพื่อล่อใจให้ ลิเวอร์พูล ยอมปล่อยตัว ฟาน ไดค์ ออกมาจากทีมในช่วงตลาดหน้าร้อน。

“There is space for India to position itself as the organizer of a global development coalition.”

Mohamed Zeeshan on How India Can Grow Its Global Influence

India has big power ambitions but is still far away from realizing it. Despite its massive population, economic heft and military might, India’s global influence remains limited and it is punching way below its weight on global issues. In his book “Flying Blind: India’s Quest for Global Leadership,” published by Penguin Random House, author Mohamed Zeeshan says that India’s fence-sitting on major geopolitical issues is costing the country dearly. He argues in favor of India supporting democratic values and processes abroad.

In an email interview with The Diplomat’s South Asia editor, Sudha Ramachandran, Zeeshan discusses how India must deal with its South Asian neighbors and why it must “avoid paranoia over its neighbors’ dealings with China.”

You say that fence sitting is “responsible for India’s lack of influence” in the world. Could you explain?

When I think of “influential powers,” I think of countries that are able to consistently represent and fulfill the interests of allies or constituents abroad, so that their own welfare becomes integral to the welfare of the allies. India does not have the military and economic capabilities of the U.S. yet, but given its size, demographics, arms imports, and other things, it’s still very important. The problem for India is that it does not take a consistent or coherent stance on sensitive political questions that are important to other countries.

On most geopolitically sensitive issues around the world, India is entirely absent and has no stance, but even when it takes a stance, it is not clear or consistent. Indian diplomats often say that they represent democratic values, but India is afraid to commit support to democratic movements. If India thinks that supporting pro-democracy activists is not in its interest (and in my book, I argue that it most certainly is), then it should commit its support to authoritarian leaders – as some world powers do, under the garb of protecting state sovereignty. But India isn’t able to commit support one way or the other reliably, in a way that is consistent with its own interests and therefore sustainable for any length of time.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

While fence-sitting on issues may be problematic, don’t you think that not taking sides between “sworn enemies” enables a country to do business with both sides (as with Iran and Saudi Arabia)?

For smaller powers, this is true, but I think that India – largely owing to its extraordinary size – has crossed the point where countries that are angry can simply say that they won’t do business with India. Whether Iran likes the West or not, it has to do business with the West, which is why it hankers after the removal of sanctions. I think that we can say the same for India; countries would like more access to India’s large consumer market.

As I write in my book, India was – for decades – a very vocal supporter of the Palestinian cause. But that did not stop Israel from courting India, largely due to lucrative arms deals. If India can do this with Israel, why is New Delhi afraid of taking a stand elsewhere?

In your book, you call on India to support democracy and democratic values abroad. How should India deal with authoritarian democracies like Sri Lanka, for instance?

I write in my book that the neighborhood is very tricky for India. It’s easier for India to stand up for democratic values in Somalia or Syria than in South Asia, because the neighbors can do damage by courting China.

Authoritarian democracies are trickier than undemocratic states, because majoritarian politics in these countries enjoy electoral support and, therefore, greater public legitimacy. In such countries, like Sri Lanka, back-door diplomacy is wise: mediating between communities and factions, towards well-defined objectives, rather than questioning the legitimacy of the government.

Pakistan gets just limited attention in your book. It doesn’t figure in the cooperative initiatives you suggest for South Asia. Why? Have you given up hope, at least for now, on India-Pakistan relations improving?

I think India-Pakistan relations are going to ebb and flow. We’ve just seen this now with the latest attempt at backdoor talks; they seem to have petered out very quickly. There are very fundamental differences on the two sides which make a sustainable thaw unforeseeable. The absence of hostilities with India is a significant threat to the Pakistani military’s standing and influence within Pakistani politics. Even for civilian politicians, owing to deep-rooted mistrust and misinformation, painting India as anything other than an enemy will be political suicide. And now, with India under the grip of Hindu majoritarianism, the incentive for peace has also diminished in New Delhi.

But by obsessing on Pakistan, India is wasting opportunities for integration across the rest of the region. In fact, if India can integrate the rest of South Asia – and produce developmental gains as a result – it could even help build a case within Pakistan to drop old animosities and join these efforts, for Pakistan’s own economic benefit. We have seen this happen in Southeast Asia and Europe, and there is no reason why it can’t happen in South Asia.

For the success of its global power project, India needs the support of its South Asian neighbors. In your book you say that they have to believe that a strong and powerful India is in their interest. That means they will have to see their own welfare in India’s security and development. What should India do to convince them of this, especially at a time when they see their interests more in sync with what China has to offer (infrastructure)?

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

The first thing India needs to do is avoid paranoia over its neighbors’ dealings with China. No South Asian country wants a region dominated by China. They seek a healthy balance of power between India and China.

But due to geographical proximity and cultural ties, there are many things that India can provide which China can’t, which I enumerate in my book. For instance, a common visa for tourists from outside South Asia would boost tourism revenue for many countries. Only economic and cultural integration, which makes India’s neighbors a part of India’s growth, will create a stake for them in a strong and powerful India.

India’s greatest challenge, however, will be trust-building. There is a lot of mistrust and cynicism on all sides, and as I argue in my book, India is not blameless for the rather high-handed manner in which it has often behaved. I talk about the Friendship Treaties with Nepal and Bhutan in my book as one of several examples. India needs to be more charitable and respectful.

In your book you clearly favor India joining a global alliance with the U.S. You don’t discuss the Quad in your book, but how far would its partners in Quad, for instance, be willing to go to back?India in a military confrontation with either Pakistan or China?

Mutual defense partnerships are a chicken-and-egg situation. On India’s side, folks would wonder if the Quad will come to India’s aid. On the other side, Washington wonders if India will ever come to its aid.

There’s a clear overlap of interests. If India is able to play a more proactive role in Afghanistan – from a security angle – America is far more likely to trust India than stay committed to Pakistan. With regards to China, there’s a clear consensus in Washington that favoring and strengthening India will fulfill American interests. Similarly, in the aftermath of the Galwan clash, India now clearly believes that an Asia dominated by China is not in its interests.

So, if a mutual defense pact is to be worked out, there is a fair bit of common?ground to work with. But the big question is whether India wants a mutual defense pact with America. India has been the most skeptical Quad member, in terms of viewing the Quad as a potential military alliance.

But before jumping into such commitments in Asia, I think it’s wiser for India and the U.S. to build trust at an easier level – intelligence-sharing around the world, for instance, as I describe in my book.

You suggest the building of a “Delhi Consensus” coalition to grow India’s influence. Could you elaborate?

India is very unique, in that it is fairly advanced in some respects while still suffering from several developmental challenges. But I see these developmental challenges as a strength in diplomacy rather than a weakness, because the vast majority of the world’s population still faces many of these problems.

I think there is space for India to position itself as the organizer of a global development coalition, which shares lessons and knowledge on what works and what doesn’t, in terms of development. If India organizes such a global effort, it will also bring several solutions for India’s own development problems.

India is already doing this in a fragmented manner through various bilateral initiatives under the Indian Technical and Economic Cooperation (ITEC) program, which builds state capacity in various developing countries, but if India can expand this into a multilateral give-and-take initiative, it would increase India’s influence in world affairs.

There are several emerging areas in global governance – digital economy, cybersecurity, e-governance and so on – which require norm-building and standardization at a global level, and a “Delhi Consensus” coalition would certainly be able to set the agenda on these issues. India has the technical capabilities, but it would require political will to bring countries together.