Trans-Pacific View | Diplomacy | East Asia

fifa55hot@support: The Road Ahead for Taiwan-US Relations

sbobetsh เข้าไม่ได้,นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า บริษัทเตรียมใช้งบลงทุนราว 100 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อขยายกำลังการผลิตโรงกลั่นยางมะตอยในประเทศมาเลเซียเพิ่มเป็น 5 หมื่นบาร์เรล/วัน จาก 3 หมื่นบาร์เรล/วันในปัจจุบัน โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 62 ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีอัตราการใช้กำลังการผลิตราว 90%,คำแนะนำของ ASLแนวต้าน 1,398-1,400 ผ่านยืนเป็นสัญญาณซื้อตามแนวรับหลัก 1,380หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคฉุดดัชนีหุ้นเยอรมันลง โดยบริษัทยักษ์ใหญ่ E.ON SE ร่วงหนักที่สุด 7.61% หลังจากที่บริษัทยกเลิกแผนการแยกธุรกิจโรงงานนิวเคลียร์ในประเทศ พร้อมกับคาดการณ์ว่าบริษัทจะขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมากในปีนี้ปัจจัยในประเทศ ซื้อขายมากในหุ้นกลุ่มสื่อสารและกลุ่มพลังงาน โดยกลุ่มสื่อสารก็ได้รับแรงหนุนจากความคืบหน้าการเปิดประมูลคลื่น 1,800 และ 900 หลัง กคท. กำหนดจัดประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz วันที่ 15/12/58 ในราคาประมูลตั้งต้นที่ 1.29 หมื่นล้านบาท ด้านกลุ่มพลังงาน OPEC คาดการณ์ราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้นพร้อมตั้งเป้าปี 59 เพิ่มอีก 50,000 เครื่อง รวมเป็น 70,000 เครื่อง หวังขึ้นแท่นอันดับ 1 อุตสาหกรรมตู้เติมเงิน พร้อมให้บริการทุกเครือข่ายมือถือ และชำระบิลค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเตอร์เน็ต บัตรเครดิต บัตรเงินผ่อน ประกัน และเกมส์ออนไลน์มากกว่า 90 รายการ รวมทั้งมีเป้าหมายเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้จากการขายโฆษณาด้วย การได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกในกลุ่ม DJSI จะดึงดูดความน่าสนใจในการลงทุนของผู้ลงทุนหรือกองทุนทั้งในและต่างประเทศ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ที่มีส่วนได้เสียว่าบริษัทมีการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบโดยคำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการสร้างผลประกอบการที่ดี อันจะส่งผลให้ธุรกิจสามารถเติบโตต่อเนื่องได้อย่างยั่งยืน ซึ่งนำไปสู่การสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ลงทุนในระยะยาว นายนิตินัย กล่าวระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 55-60 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะน าเก็งก าไรในกรอบดังกล่าวไปก่อนส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 54.50 บาทนอกจากนี้บริษัทฯมองอุตสาหกรรมภาพรวมในปีนี้มีการเติบโตมากขึ้นกว่าปีก่อน เนื่องจากปีก่อนมีผลกระทบในเรื่องของการเมืองและเศรษฐกิจ โดยบริษัทฯยืนยันว่าจะมีการเติบโตได้มากกว่าภาพรวมอุตสาหกรรมอย่างแน่นอน และไม่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจทีชะลอตัวมากนัก เนื่องด้วยบริษัทฯมีการป้องการความเสี่ยง โดยจะมีการเซ็นสัญญางานระยะยาวที่มีอายุเฉลี่ย 9-10 ปี ประกอบกับปัจจุบันมีสัญญางานมากกว่า 150 สัญญา ซึ่งมั่นใจได้ว่าจะมีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่องสำหรับตลาดบ้านเราให้น้ำหนักกับปัจจัยในประเทศมากกว่า โดยเฉพาะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งภาพโดยรวมยังมีบรรยากาศการลงทุนที่ดี เพียงแต่วอลุ่มเทรดน้อยมาจากแรงซื้อที่แผ่ว และแรงขายทำกำไรมากขึ้น โดยตลาดยังเจอแรงกดดันจากตลาดต่างประเทศด้วย เนื่องจากตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียส่วนใหญ่อยู่ในแดนลบ นอกเหนือจากความกังวลในเรื่องที่ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว ยังกังวลเศรษฐกิจลายประเทศในเอเชียที่อาจจะชะลอตัวด้วยทำให้กดดันตลาดปรับตัวขึ้นไปได้ยาก โดยเท่าที่ดูมีเพียงสหรัฐฯ, ยุโรปบางประเทศ และญี่ปุ่น ที่เศรษฐกิจดูดีขึ้น MACD ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ยในแดนลบ เครื่องมือทางเทคนิคชี้วัดแนวโน้มลงเคลื่อนไหวเหนือแนวโน้มขึ้น RSI เคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 50,หุ้นกลุ่มเหมืองเป็นแกนนำหุ้นลบในตลาดหุ้นลอนดอน โดยเกลนคอร์ร่วงหนักสุด 5.3% หลังจากที่สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ส (S P) คงมุมมองเชิงลบต่อเกลนคอร์ แม้บริษัทเหมืองรายใหญ่ได้ดำเนินมาตรการเพื่อปรับลดหนี้สินลงแล้วก็ตาม ขณะที่หุ้นค้าปลีกก็ลดลงเช่นกัน นำโดยดับเบิลยูเอ็ม มอร์ริสัน ลดลง 2.84% หลังจากที่ผู้ประกอบการซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่เผยกำไรลดลงในช่วงครึ่งปีแรก พร้อมเผยว่าจะปิดสาขาหลายแห่งทั้งนี้ นักวิเคราะห์ระบุว่า ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการตัดสินใจของเฟดในประเด็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมช่วงสัปดาห์หน้า ได้ส่งผลให้ตลาดมีความผันผวนในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่บรรดาเจ้าหน้าที่เฟดก็ออกมาแสดงความคิดเห็นในทิศทางที่ไม่สอดคล้องกันในประเด็นที่ว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนก.ย.นี้หรือไม่。 ชื่อเฉพาะของหุ้นกู้ หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิและไม่มีประกันของบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 3/2558 ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ. 2560 ประเภทของหุ้นกู้ หุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่มีประกัน ไม่ด้อยสิทธิ และไม่มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ จำนวนหุ้นกู้ที่เสนอขาย 350,000 (สามแสนห้าหมื่น) หน่วยมูลค่าที่ตราไว้ หน่วยละ1,000 (หนึ่งพัน) บาทราคาเสนอขาย หน่วยละ1,000 (หนึ่งพัน) บาทมูลค่าหุ้นกู้ที่เสนอขาย350,000,000 (สามร้อยห้าสิบล้าน) บาทCPF มูลค่าการซื้อขาย 1,055.15 ล้านบาท ปิดที่ 20.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.60 บาทโดยในช่วงครึ่งปีหลังจากนี้ แอร์โรคลาส จะเป็นกำลังสำคัญที่จะผลักดันให้ EPG เติบโตอย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากที่ผ่านมา EPG ได้วางรากฐานให้กับแอร์โรคลาส โดยลงทุนในกระบวนการผลิตเพื่อรองรับความต้องการของค่ายรถยนต์ และขยายช่องทางการจัดจำหน่าย ผ่านการเข้าซื้อกิจการบริษัท TJM Producr PTY Ltd(TJM) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ผลการดำเนินงานของ EPG หลังจากนี้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ประกอบกับการได้รับผลดีจากราคาวัตถุดิบที่ลดลง รวมถึงค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงด้วยsbobetsh เข้าไม่ได้,แนวต้าน: 21.4 21.8 22.5 23.2สรุปหุ้น 10 อันดับแรกที่หนุนดัชนีภาคเช้า (11 ก.ย.) ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า จากผลสำรวจภาวะการครองชีพของภาคครัวเรือนในเดือน ส.ค.58 พบว่า ดัชนีภาวะเศรษฐกิจของครัวเรือน (KR-ECI) ยังคงอยู่ที่ 43.5 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 1 ปี เท่ากับเดือนก่อนหน้า สะท้อนว่าสภาพแวดล้อมของครัวเรือนในระหว่างเดือนยังคงได้รับแรงกดดันจากหลายด้าน แต่ดัชนีการคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า เริ่มขยับขึ้นเป็นครั้งแรกในปีนี้ มาที่ระดับ 46.0 จากระดับ 45.0 ในเดือนก่อน เป็นสัญญาณว่าครัวเรือนบางส่วนน่าจะเริ่มคลายความกังวลต่อภาวะการครองชีพในอนาคตลงบ้างบางส่วนการปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นยุโรปเป็นไปตามตลาดหุ้นเอเชีย หลังจากที่มีการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ โดยรัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรภาคเอกชนปรับตัวลดลงเกินคาด 3.6% ในเดือนก.ค. ขณะที่การปรับลดราคาของบรรดาผู้ผลิตส่งผลให้ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของจีน ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อระดับค้าส่ง ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบหกปีในเดือนส.ค. ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นร่วงลง 2.5% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนลดลง 1.4% ในวันพฤหัสบดี。

ประเด็นสหรัฐฯ สำคัญที่ต้องติดตามในคืนวันที่ 11 ก.ย. (เวลาไทย)สำหรับปัจจัยสำคัญ 3 ประการที่ทำให้ประเมินว่า กนง.จะคงดอกเบี้ยในการประชุมรอบหน้านี้ ปัจจัยแรก การดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเพิ่มเติมในระยะนี้ อาจจะกระทบต่อเสถียรภาพของค่าเงินบาท รวมทั้งสร้างความผันผวนแก่ตลาดการเงินเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นจึงมองว่า กนง.น่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลเสถียรภาพภายนอกประเทศ ควบคู่กับการรอติดตามจังหวะและการส่งสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางการปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในการประชุมเฟดในวันที่ 16-17 ก.ย.นี้,จึงมีมุมมองเป็นบวกเล็กน้อยต่อราคาถ่านหินโลกล่าสุด และเป็นประเด็นบวกต่อ BANPU อย่างไรก็ตาม ธุรกิจถ่านหินในปัจจุบันยังอยู่ในภาวะอุปทานส่วนเกิน และคาดราคาถ่านหินโลกยังอยู่ในระดับต่ำ แต่มีแนวโน้มฟื้นตัวในครึ่งหลังปี 59 ระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 3.26-3.60 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 3.20 บาททั้งนี้ ปัจจุบันญี่ปุ่นกำลังอยู่ในช่วงของการเร่งขยายการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานหมุนเวียน โดยตั้งเป้าที่จะเพิ่มสัดส่วนของการใช้พลังงานหมุนเวียนเป็น 20% ภายในปี 2020 โดยปัจจุบันสัดส่วนของพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานแสงอาทิตย์ ชีวมวล และความร้อนใต้พิภพ คิดเป็นสัดส่วนที่ต่ำเพียงแค่ 1% ของกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งประเทศสำหรับจุดจับตาคงอยู่ที่ผลกระทบทางอ้อม ผ่านการเคลื่อนย้ายเงินทุนของประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ซึ่งมีมาตรวัดด้านเสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่ด้อยกว่าไทย อาทิ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย โดยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด คงกระทบต่อฐานะทุนสำรองฯ และค่าเงินของประเทศดังกล่าวชัดเจนขึ้น อันอาจนำมาสู่การดำเนินการเชิงนโยบายการเงินและอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มเติม ซึ่งจะมีผลต่อเนื่องมายังค่าเงินบาท สภาพคล่อง และทิศทางอัตราผลตอบแทนในประเทศของไทยได้ , ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เห็นชอบหลักการเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558-2559 และเงินกองทุนฯ โดยเน้นการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ การพัฒนาผู้ประกอบการด้านศิลปหัตถกรรม การจัดทำแผนและพัฒนาฐานข้อมูลเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามแผนส่งเสริมเอสเอ็มอี และยุทธศาสตร์ส่งเสริมเอสเอ็มอีในระยะเร่งด่วน ตลอดจนการชดเชยดอกเบี้ยให้แก่ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SMEs BANK) ในวงเงินงบประมาณกว่า 475 ล้านบาทจากการเปิดเผยข้อมูลจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในเดือนสิงหาคม ทำให้เกิดกระแสการคาดการณ์ว่า เฟดจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ โดยเริ่มมีความเห็นต่างของเจ้าหน้าที่เฟดถึงระยะเวลาในการปรับขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่นายแจนแฮทซิอุสหัวหน้านักวิเคราะห์ของโกลด์แมนแซคส์ คาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม ทั้งนี้ในวันที่ 16-17 กันยายนนี้ จะมีการประชุมคณะกรรรมการFOMC ของธนาคารกลางสหรัฐซึ่งต้องจับตาว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่เนื่องจากจะมีผลกระทบต่อแนวโน้มของราคาทองคำ, การขึ้นต่อยังถูกจำกัดด้วยประเด็นดอกเบี้ยของ Fed ให้ระวังแรงขายท้ายชั่วโมง แม้โมเมนตัมของ SET Index ยังดูดีและมีโอกาสปรับขึ้นต่อในภาคบ่าย แต่คาด upside จะมีจำกัดมากยิ่งขึ้น จากความกังวลเรื่องการประชุมของ Fed ในวันที่ 16-17 ก.ย. (มีแนวโน้มว่า Fed อาจพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้) นอกจากนี้ เราอยากให้นักลงทุนระวังแรงขายจาก 1) กลุ่มนักลงทุนที่ซื้อขายเพื่อบริษัทหลักทรัพย์ (Prop Trade) ที่อาจมีแรงขายต่อเนื่องจากวานนี้ และ 2) กลุ่มนักลงทุนสถาบัน หลังซื้อสุทธิมาต่อเนื่องและกองทุนทริกเกอร์ฟันด์บางกองเริ่มถึงเป้าหมายปิดกองทุน ,สำหรับธุรกิจของบริษัท แอร์โรเฟลกซ์ จำกัด มีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศกว่า 70% ยังคงมีงานโครงการขนาดใหญ่ในต่างประเทศเข้ามาอย่างต่อเนื่อง อาทิ งานระบบปรับอากาศในขบวนรถไฟ (รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน รถไฟ Hi speed) ของประเทศจีน ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายขบวนรถไฟทั้งในประเทศและส่งออกต่างประเทศ , งานระบบปรับอากาศในเหมืองแร่เงิน รัฐมอนทาน่า และ บิสสิเนส เซ็นเตอร์ ในสหรัฐ และงานระบบปรับอากาศในสนามโอลิมปิก สเตเดียมโดยบริษัทคาดว่าจากการขยายกำลังการผลิตดังกล่าวที่เป็นการแก้ปัญหาคอขวดในกระบวนการผลิตในส่วนของการเผาเคลือบจะช่วยผลักดันให้รายได้ของบริษัทกลับมาเติบโตได้อย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 20% ในช่วง 5 ปีข้างหน้า หลังจากคาดว่าปีนี้ผลประกอบการจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 57 ที่มีรายได้ 131.04 ล้านบาท โดยสัดส่วนรายได้จะมาจากการส่งออกประมาณ 99% ในประเทศ 1% เนื่องจากบริษัทมีการปิดปรับปรุงและซ่อมแซมคุณภาพเตาเผาในช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นปีนี้จะอยู่ที่ระดับไม่ต่ำกว่า 30% ใกล้เคียงกับปีก่อนด้วยเช่นกัน ขณะที่กำลังผลิตใหม่จะทำให้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยลดลง ซึ่งจะส่งผลดีต่อกำไรในปีต่อๆ ไป บริษัทยังได้มีการควบคุมต้นทุนในด้านอื่น ๆ โดยเฉพาะด้านวัตถุดิบเนื้อดินและเนื้อเคลือบ รวมทั้งค่าเชื้อเพลิงหรือก๊าซ LNG ที่ลดลงส่งผลดีต่อต้นทุนผลิตของบริษัทด้วยสำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่า ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับขึ้น 102.69 จุด หรือ 0.63% ปิด (11 ก.ย.) ที่ 16,433.09 จุด, ดัชนี S P 500 บวก 8.76 จุด หรือ 0.45% ปิดที่ 1,961.05 จุด และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 26.09 จุด หรือ 0.54% ปิดที่ 4,822.34 จุด*UREKA แนะนำซื้อเก็งกำไรในกรอบแนวรับแนวต้าน*TSTH แนะนำซื้อเก็งกำไรในกรอบแนวรับแนวต้านแนวต้าน : 6.00 และ 6.10 ,ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่ บริษัท บิวเดอสมาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ BSMทั้งนี้ ประเทศไทยได้ให้ความสำคัญกับการลดก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตไฟฟ้า ตาม PDP2015 ประเทศไทยมีเป้าหมายลดคาร์บอนไดออกไซด์ในการผลิตไฟฟ้าร้อยละ 37 จาก 0.506 กิโลกรัมต่อการผลิตไฟฟ้า 1 หน่วย ในปี 2556 เหลือ 0.319 กิโลกรัมต่อ 1 หน่วย ในปี 2579 ด้วยการดำเนินงานทั้งด้านการอนุรักษ์พลังงาน การพัฒนาพลังงานทดแทน และการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงไฟฟ้า แต่อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความจำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้าหลักซึ่งใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลทั้งก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน เป็นโรงไฟฟ้าฐาน โดยมีโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน เช่น ลม แสงอาทิตย์ และชีวมวล เป็นพลังงานเสริม ซึ่งตามแผน PDP2015 ประเทศไทยจะมีสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงถ่านหินร้อยละ 20 25 ในปี 2579 เพื่อให้มีการกระจายการใช้เชื้อเพลิงที่สมดุล มีเสถียรภาพในระยะยาว และมีราคาค่าไฟฟ้าที่ประชาชนส่วนใหญ่เข้าถึงได้ส่วนครั้งที่ 2 เป็นพันธบัตรอายุ 3 ปี วงเงิน 4,000 ล้านบาท คาดว่าจะออกช่วงเดือนพ.ค.-ส.ค.59 เพื่อรองรับช่วงงาน Money Expo และครั้งที่ 3 เป็นพันธบัตรอายุ 5 ปี วงเงิน 50,000 ล้านบาท คาดจว่าะออกช่วงเดือนมิ.ย.59 เพื่อรองรับโครงการไทยเข้มแข็ง?แนะนำซื้อ CEI โดยมีแนวรับที่ 1.20 และ 1.18 และมีแนวต้านที่ 1.28 และ 1.32 เป็นจุดขายทำกำไรวานนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์ที่แล้ว ลดลง 6,000 ราย สู่ระดับ 275,000 ราย ตัวเลขดังกล่าวยังคงต่ำกว่าระดับ 300,000 ราย เป็นสัปดาห์ที่ 27 ติดต่อกัน ซึ่งเป็นระยะเวลายาวนานที่สุดในรอบกว่า 40 ปี ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานยังคงมีความแข็งแกร่ง และยิ่งเป็นการสนับสนุนความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนนี้。

Increased U.S. support has raised hopes in Taiwan – and some of those expectations may be difficult for Washington to meet.

The Road Ahead for Taiwan-US Relations
Credit: Depositphotos

One of President Joe Biden’s achievements in restoring U.S. leadership in Asia has been in Taiwan, which was staunchly pro-Trump. But while Biden has executed a great turnaround in winning over the Taiwanese, that doesn’t mean that it’s an easy road ahead.

There are both bilateral and wider issues that mean that Taiwan-U.S. relations will remain challenging for the the next three and half years.

Bilaterally, there are issues around trade and industry policy. Taiwan would like to develop formal economic ties – which might open the door for other countries to follow. While the Biden administration has responded to Taiwan’s requests to restart economic dialogue under the Trade and Investment Framework Agreement (TIFA), a trade agreement will be harder for a Democratic administration that has to focus on the U.S. economy first. The results of Taiwan’s referendum on U.S. pork imports may be a factor as well.

Industry policy around semiconductors will also be an area of tension. With the United States focusing on securing supply chains and reshoring jobs, there will be pressure on Taiwanese companies to relocate more factories. Taiwan may placate the U.S. by moving some, but it will not want to give away areas like research and development. Taiwan sees its global importance in semiconductors as a bargaining chip in its favour. But with China-U.S. tech competition, there is the danger that Taiwan will be caught in the crossfire.

More broadly, there is a danger that increases in U.S. support – such as in arms sales, diplomatic contact, or vaccines – will lead to heightened expectations from Taiwan. According to one Taiwanese policymaker, “If you give more hope there will be more disappointment in the future.” This is rooted in Taiwanese fear and anxiety: “When the U.S. is willing to offer more support, we fear the support to be temporary and conditional, and seek more and stronger U.S. commitments.”

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Some of the raised expectations may be difficult for the United States to meet.

On the security side, there are demands to help Taiwan build a next generation military, including consistent arms sales (of the right type and at a cost that Taiwan can afford), covert or overt military exchanges, and even joint military exercises. And among some there is an expectation that the United States will help Taiwan improve its defense effectiveness, even push for reform in Taiwan’s military.

On the diplomatic side, there will continue to be a desire for high-level contact to normalize the relationship and support for Taiwan’s international participation, such as in the World Health Assembly. One specific test will be Biden’s Summit for Democracy, a campaign promise, which looks like it may be held in 2022. Finding a way to include Taiwan – one of only seven societies in Asia rated as free by Freedom House – is crucial. This means that it cannot just be a summit of states.

The wider issue is how the United States will respond to Chinese pushback whenever and however it occurs. China has continued to ramp up pressure on Taiwan with incremental increases, such as a record incursion of Chinese planes into Taiwan’s air defense zone following the G-7 Summit. The question is whether there will be a change in the type of pressure, rather than in intensity. If China does change tactics, how will the United States respond?

There has been sufficient discussion around whether the U.S. will end its position of strategic ambiguity that it has raised expectations. Asia policy czar Kurt Campbell’s recent comment that the United States does not support Taiwanese independence – a statement of the official U.S. position – was greeted with some unhappiness among the Taiwanese public. The leadership of the governing Democratic Progressive Party knows that the United States will not support de jure independence; its political challenge is managing supporters’ expectations given the reality that the best on offer is U.S. friendship and partnership.

One of the Biden administration’s achievements is that it has internationalized Taiwan’s security by building support among U.S. partners and allies. Peace and security in the Taiwan Strait have been mentioned — for the first time — at the G-7,?Japan-U.S.,?South Korea-U.S.?and?Australia-Japan?summits. In Taiwan, there is support for what’s seen as a grand strategy of maneuvering a power network to constrain China. But the downside of getting more countries involved means the need to spend more time to build consensus. Some wonder if the United States has time to build such coalitions given China’s rapid rise, particularly as internationalization is likely to increase the chance of Chinese pushback.

The final test for the Biden administration will be Taiwan’s presidential election in January 2024, ahead of the U.S. presidential election in November. A term-limited Tsai will not be able to run again. If the DPP is returned to power, this may be the trigger for a cross-strait crisis. If the opposition Kuomintang is elected, the United States will have to decide how to interpret this. From the KMT side, an important part of the relationship is that the U.S. understands that any thaw in cross-strait relations need not be seen as a betrayal of U.S. interests.

Whoever is in the Presidential Office and the White House, there remain fundamental challenges in Taiwan-U.S. relations. Because increased support will heighten expectations, any honeymoon will always be short. Maintaining the positive views he has built up in Taiwan will be a continuing challenge for Biden.