New Leaders Forum

หวย ไทยรัฐ วัน ที่ 1: Security and the Life Sciences

ฝาก 100 ฟรี 100 ไม่ ต้อง ทํา เท ริน, 874 900สรุปภาวะตลาดภาคเช้า : SET ทรงๆ SET ทรงตัวบริเวณ 1370-1375 จุด เช่นเดียวกับการเคลื่อนไหวส่วนใหญ่ของตลาดภูมิภาค เพื่อรอผลประชุมเฟดต่อทิศทางดอกเบี้ยของสหรัฐ ซึ่งจะเริ่มประชุมกันในคืนนี้ ก่อนทราบผลในช่วงดึกคืนวันพรุ่งนี้ ตามเวลาประเทศไทย ขณะที่บ้านเรา รอผลประชุมกนง. เช่นเดียวกันในช่วงบ่าย อย่างไรก็ตามคาดไม่มีนัยต่อ SET เนื่องจากส่วนใหญ่คาดการณ์แล้วว่า จะคงดอกเบี้ยระดับ 1.50% ทั้งนี้ SET ปิดตลาดที่ระดับ 1373.51 จุด +2.86 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขายที่ระดับ 1.7 หมื่นลบ. กลุ่มหลักพลังงานหนุนตลาด ปิดบวก +0.8% ขณะที่ ICT กดดันตลาด ปิดลบ -1.8% ด้วย ADVANC และ INTUCH โดยประเด็นกดดันจากเรื่องเก่าเล่าใหม่ สำหรับเงินชดเชยแก้ไขสัมปทาน ส่วนแบงก์ทรงตัว ด้านตลาดภูมิภาคส่วนใหญ่แกว่งแคบ โดยบวกลบคละเคล้านายวิรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทจะมีการเปิดตัวธุรกิจใหม่ คือ การให้บริการสำรองข้อมูลผ่านระบบ cloud เพื่อขยายฐานลูกค้าภาคเอกชนหวังเป็นอีกหนึ่ง ช่องทางที่จะช่วยสร้างรายได้ให้มีความต่อเนื่องและมีเสถียรภาพมากขึ้น โดยจะใช้ลงทุนราว 5-10 ล้านบาท"สำหรับ 3 โครงการดังกล่าวที่คาดว่าจะเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในสิ้นเดือน ก.ย.นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบเดินเครื่องผลิตไฟฟ้า และอุปกรณ์ที่สำคัญต่างๆ เพื่อให้ม่นใจว่าคุณภาพของอุปกรณ์และระบบต่างๆอยู่ในระดับมาตรฐานสากล และมีความพร้อมทางด้านประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า"。 ทั้งนี้ ผลประกอบการของธุรกิจโรงถลุงเหล็กปรับตัวดีขึ้นนับตั้งแต่ผลิตแท่งแบนได้ในไตรมาส 2/2555 กล่าวคือ ขาดทุนลดลงทุกไตรมาส และสามารถทำให้ EBITDA เป็นบวกได้สำเร็จในครึ่งหลังของปี 2557 ดังกล่าวข้างต้น แต่ด้วยสภาวะตลาดเหล็กโลกที่กำลังการผลิตล้นความต้องการของตลาดอย่างรุนแรงตั้งแต่ไตรมาส 4/2557 เป็นต้นมา จากการอุดหนุนการส่งออกเหล็กของรัฐบาลจีน ค่าเงินสกุลรูเบิลของรัสเซียที่ตกต่ำ รวมถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจของทั้งประเทศจีนและรัสเซีย ส่งผลให้ปริมาณการส่งออกเหล็กจากทั้งสองประเทศเพิ่มขึ้นทั้งนี้ หากวิเคราะห์โครงสร้างเศรษฐกิจผ่านปัจจัยการผลิตจะพบว่ากำลังแรงงานหลายประเทศหดตัว การสะสมทุนน้อยลง เทคโนโลยีพัฒนาในอัตราช้าลงส่งผลให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในหลายประเทศลดลง นอกจากนี้ การค้าระหว่างประเทศมีแนวโน้มชะลอลงอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่การรวมตัวทางการเงินระหว่างประเทศกลับมีการปรับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เกิดความเชื่อมโยงระหว่างภาคการเงินในแต่ละประเทศ ขณะเดียวกันเป็นการเพิ่มความผันผวนในตลาดการเงินด้วยเช่นกัน ซึ่งสิ่งที่ต้องจับตาคือ โครงสร้างการค้าโลก และระดับการรวมตัวทางการเงินระหว่างประเทศSTOP LOSS สถานะ Long ถ้าหลุด 878 ลงไป SINGER บวก 1.52% ปัดข่าวผู้บริหารถูกดึงตัว-ยันรุกขยายตู้เติมเงินมือถือขณะที่บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาแผนการนำธุรกิจค้าปลีกของ ปตท.แยกเป็นบริษัทและนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเพื่อความชัดเจน ซึ่งในแง่เศรษฐศาสตร์แล้วต้องแยก แต่ก็ต้องศึกษาดูผลกระทบ ข้อกฎหมาย ผู้ถือหุ้น และบริษัทย่อยอื่นๆ ด้วย โดยจะพยายามทำให้เร็วที่สุด คาดว่าจะได้เห็นภายใน 3 ปีนี้ ดัชนี 1,373.51 เปลี่ยนแปลง +2.86 จุด มูลค่าการซื้อขาย 16,621 ลบ.2. การลดภาษีสรรพสามติ 10% จากส่วนแบ่งรายได้ ซึ่ง TOT เรียกร้องว่าเกิดการสูญเสียรายได้อีก 7.2 หมื่นล้านบาท (10% ของ Market Cap) ทั้งนี้ภาษีที่ลดนี้ไม่ได้ใช้เฉพาะแต่ ADVANC แต่ใช้ทั้งอุตสาหกรรม ทั้ง DTAC และ TRUE เช่นเดียวกัน และ Operators ทั้ง 3 ราย ได้ส่งส่วนแบ่งรายได้ทั้งหมดให้แก่ TOT และ CAT ซึ่งเป็นผู้จ่ายภาษีสรรพสามติให้กับกระทรวงการคลังปี 2556 ผลประกอบการโดยรวมปรับตัวดีขึ้นทั้งธุรกิจโรงถลุงเหล็กและธุรกิจเหล็กแผ่นรีดร้อน โดยธุรกิจโรงถลุงเหล็กเริ่มเดินเครื่องอุปกรณ์ PulverizedCoal Injection (PCI) ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งช่วยลดต้นทุนพลังงานและเพิ่มผลผลิต ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วย (Unit Conversion Cost) ลดลง อย่างไรก็ตาม ปริมาณการผลิตของธุรกิจโรงถลุงเหล็กยังต่ำกว่าจุดคุ้มทุนส่งผลให้มีผลขาดทุนในงบการเงินรวม 7,053 ล้านบาท,ดัชนี MSCI Asia Pacific เพิ่มขึ้น 0.5% แตะ 129.12 จุด เมื่อเวลาประมาณ 9.00 น.ตามเวลาโตเกียวขณะที่มาตรการกระต้นเศรษฐกิจในระดับของผู้มีรายได้น้อยที่ได้ออกมาก่อนหน้านี้นั้น ขณะนี้ธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรพร้อมแล้วในการปล่อยสินเชื่อผ่านกองทุนหมู่บ้านและชุมชน วงเงินรวม 6 หมื่นล้านบาท เมื่อรวมกับมาตรการสินเชื่อเอสเอ็มอี และมาตรการอื่นๆ รวมวงเงิน 1.36 แสนล้านบาท เชื่อว่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้รักษาระดับการเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 3% ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจและการคลังจะมีการทบทวนประมาณการเศรษบกิจอีกครั้งในเดือน ธ.ค.58 เนื่องจากได้รับผลบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แม้ว่าสำนักวิจัยเอกชนต่างๆจะปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้เหลือโต 2.5-2.7% ก็ตามด้านธุรกิจสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ของบริษัทคาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินงานได้ภายในปลายปีนี้ โดยล่าสุดธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้นับหนึ่งแบบแสดงรายการข้อมูลแล้ว ซึ่งจะใช้ระยะเวลารวมอีกประมาณ 60 วันในการอนุมัติให้ดำเนินธุรกิจได้ ปัจจุบันบริษัทยังไม่ได้มีการกำหนดเป้าหมายในการปล่อยสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ในปีนี้ โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะผู้บริหารทั้งนี้ นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า ถึงเวลาแล้วที่เฟดควรจะเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากตลาดแรงงานสหรัฐค่อยๆฟื้นตัวขึ้น แต่บางส่วนมองว่า เฟดน่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ เนื่องจากเศรษฐกิจยังชะลอตัว และตลาดหุ้นทั่วโลกยังผันผวนอยู่,แนวรับ 7.30-7.50 บาทคำชี้แจง บริษัทฯ ได้มีความพยายามในการเสริมสภาพคล่องโดยการเพิ่มทุนและปรับปรุงการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง รายละเอียดดังนี้ สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่าสัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค.พุ่งขึ้น 2.56 ดอลลาร์ ปิด (16 ก.ย.) ที่ 47.15 ดอลลาร์/บาร์เรลส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนต.ค.ที่ตลาดลอนดอน เพิ่มขึ้น 2 ดอลลาร์ ปิดที่ 49.75 ดอลลาร์/บาร์เรลช่วงเดือน ต.ค.จะเดินสายนำเสนอข้อมูล(โรดโชว์)ให้กับนักลงทุนสถาบันในประเทศเพื่อทำการสำรวจความต้องการซื้อหลักทรัพย์ (Book-Building) ก่อนจะกำหนดราคา หุ้น IPO ต่อไป สำหรับสัดส่วนการขายหุ้น IPO แบ่งเป็น 180 ล้านหุ้น จัดสรรกระจายให้ประชาชนทั่วไป และส่วนที่เหลืออีก 20 ล้านหุ้นจะจำหน่ายให้แก่คณะกรรมการบริษัทและผู้ถือหุ้นเดิมนอกจากนี้การที่สื่อในเครือเนชั่นได้ร่วมกันลงข่าวดังกล่าวโดยมิใช่การแสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริต และมีเจตนากลั่นแกล้งใส่ความให้ข้าพเจ้าต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ยังถือเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ประกอบมาตรา 328 ซึ่งบริษัท เนชั่นฯ จะต้องรับผิดอีกกระทงความผิดด้วยสำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่าสัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค.พุ่งขึ้น 2.56 ดอลลาร์ ปิด (16 ก.ย.) ที่ 47.15 ดอลลาร์/บาร์เรลส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนต.ค.ที่ตลาดลอนดอน เพิ่มขึ้น 2 ดอลลาร์ ปิดที่ 49.75 ดอลลาร์/บาร์เรล。

DIMET ซื้อ ราคาฟื้นตัวจากแนวรับ เส้นค่าเฉลี่ย 1 เดือน และ 200 สัปดาห์ มีจังหวะปรับขึ้นไปที่ 8.85 ก่อนเป็นเป้าหมายแรก และถัดไป 10.5 บาทโดยเฉพาะไตรมาส 4/58 บริษัทจะสามารถรับรู้รายได้จากการเปิดสาขาใหม่ประมาณ 9 สาขา ได้แก่ สาขาที่จ.มุกดาหาร ,จ.นครพนม ที่จะสามารถเปิดให้บริการได้ในวันที่ 15 ต.ค.58 ,สาขาที่จ.นครราชสีมา จ.เชียงราย จ.นครสวรรค์ จะเปิดให้บริการได้วันที่ 1 ธ.ค.58 และจ.มหาสารคาม จ.ลำปาง จ.นครศรีธรรมราช และจ.อุบลราชธานี ที่จะเปิดให้บริการได้ในช่วงปลายเดือนธ.ค.58 แต่การที่มีค่าใช้จ่ายมากในการเปิดสาขาอาจทำให้ทั้งปีนี้พลิกมาขาดทุนสุทธิได้ ,Res 11.50 / Sup 10.80ขณะที่นายวิฤทธิ์ วิเศษสินธุ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาผู้ประกอบการ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเป็นหน่วยงานแรกของไทยที่ดำเนินการเสริมสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการรุ่นใหม่เข้าสู่วงการธุรกิจไทยมากว่า 13 ปี ได้เสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่และสามารถจัดตั้งธุรกิจแล้ว 16,000 ราย ทั่วประเทศ ผ่านการให้ความรู้ การจัดทำแผนธุรกิจ ให้คำปรึกษา และให้ความช่วยเหลือต่อเนื่อง รองรับผู้มีฝันอยากเป็นผู้ประกอบการตัวจริง ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นเช้านี้ รับคาดการณ์เฟดยังไม่ขึ้นดอกเบี้ย? ตลาดหุ้นเอเชียอ่อนตัวลงเช้านี้ หลังเฟดแสดงมุมมองลบต่อเศรษฐกิจโลกดังนั้น หากรัฐวิสาหกิจไม่มีประสิทธิภาพจะทำให้ศักยภาพเศรษฐกิจโดยรวมถูกบั่นทอน ที่ผ่านมาการทำงานของรัฐวิสาหกิจมีปัญหาค่อนข้างมาก ทั้งถูกแทรกแซงทางการเมือง ปัญหาเชิงโครงสร้าง การขาดทุน คุณภาพสินค้าหรือบริการที่ยังด้อย ดังนั้นการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจจึงเป็นสิ่งเร่งด่วนและจำเป็น ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนแปลงตัวแปรเชิงลึกของระบบเศรษฐกิจซึ่งจะช่วยยกระดับเศรษฐกิจไทยให้ก้าวไปข้างหน้าได้BGT แนะนำซื้อเก็งกำไรในกรอบแนวรับแนวต้านKCE ซื้อ ราคาหุ้นแกว่งตัวกลับขึ้นมายืนเหนือแนวเส้นค่าเฉลี่ย ระยะสัปดาห์ ด้วยแท่งเทียนคล้ายรูปแบบ Rising Method คาดว่าจะสามารถแกว่งตัวขึ้นได้ต่อเนื่อง มีแนวต้านแรกที่จุดสูงเดิมบริเวณ 58.50 บาท และมีเป้าหมายระยะกลางที่ 60.00 บาท,สำหรับประเทศจีนที่เป็นประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย และเป็นประเทศที่มีความแข็งแกร่งของโลกนั้น เศรษฐกิจในไตรมาส 2/58 ทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเศรษฐกิจชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องทั้งการค้าปลีก ภาคอุตสาหกรรม การลงทุนในสินทรัพย์คงทน และการส่งออก มองว่าก็มีความเป็นไปได้ที่จีนมีแนวโน้มที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปีนี้ เพื่อให้เศรษฐกิจโดยรวมมีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ,แนะนำซื้อ PTT โดยมีแนวรับที่ 256 และ 254 และมีแนวต้านที่ 264 และ 270 เป็นจุดขายทำกำไรพร้อมนี้ บริษัทชี้แจงว่าข่าวดังกล่าวนั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างไร เพราะปัจจุบันทาง SINGER ได้ให้ความสำคัญในการขยายธุรกิจตู้เติมเงินโทรศัพท์มือถืออย่างจริงจัง มีแผนการลงทุนในธุรกิจนี้เพิ่มมากขึ้นตามลำดับKAMART Trading แนวรับ 7.10 แนวต้าน 7.60, 8.00 ตัดขาดทุน 6.95 โดยเฟดระบุว่า ถึงแม้ตลาดแรงงานมีความแข็งแกร่ง แต่ความผันผวนในตลาดการเงินและเศรษฐกิจโลกในช่วงที่ผ่านมา อาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมในระบบเศรษฐกิจของสหรัฐ และมีแนวโน้มที่จะทำให้มีแรงกดดันในช่วงขาลงต่อเงินเฟ้อในระยะใกล้FVC ราคาปิด 3.40 บาททั้งนี้ บริษัทฯ คาดว่าจะได้ข้อสรุปและสามารถดำเนินการตามแผนดังกล่าวได้ภายในสิ้นปี 2558 เพื่อไม่ให้งบการเงินประจำปีที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีปรากฏส่วนของผู้ถือหุ้นต่ำกว่าศูนย์ระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 1.64-1.74 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 1.60 บาท ,โดยการเข้ามาสนับสนุนโครงการเถ้าแก่น้อยเทคโนโลยีในปีนี้ ถือเป็นมิติใหม่ของกรมฯ ที่ช่วยเป็นฐานในการส่งต่อและสร้างทัศนคติการเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ก่อนที่จะเริ่มต้นธุรกิจ การทำงานร่วมกับ บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น และ ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย สวทช. ในครั้งนี้ ถือเป็นการทำงาน ร่วมมือกันแบบ Public Private Partnership (PPP) อย่างแท้จริง ในการช่วยกันสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ซึ่งเหมาะกับการสร้างธุรกิจดิจิทัลในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเหมาะสม นิกเกอิปิดเช้าพุ่ง 152.07 จุด ตลาดจับตาผลประชุมเฟด โดยธปท. จะต้องดูแลค่าเงินบาทควบคู่กันไปด้วย เพราะการลดอัตราดอกเบี้ยจะทำให้เงินบาทอ่อนค่าลง ซึ่งประเมินว่าเงินบาทมีโอกาสจะอ่อนค่าไปที่ 37 บาท/ดอลลาร์ในสิ้นปีนี้ และมีโอกาสที่จะอ่อนค่าลงไปถึง 38 บาท/ดอลลาร์ได้ในปีหน้า หากสงครามค่าเงินยังคงดำเนินอยู่และจีนยังใช้นโยบายลดค่าเงินหยวนต่อ ซึ่งนี่จะเป็นปัจจัยที่ทำให้เงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าไปมากขึ้น ดอลล์อ่อน หลังดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐฯลดลง ขณะตลาดรอผลประชุมเฟดเรามองแรงขาย ADVANC INTUCH จากประเด็นข่าวนี้มากเกินไป และด้วย Dividend Yield สูง 5.4-6% ปีนี้ รวมไปถึงเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากการประมูล 4G ทำให้แนะนำ ซื้อ ทั้ง ADVANC INTUCH ด้วยเป้าหมายพื้นฐาน 275 และ 95 บาท ตามลำดับ。

The recent announcement that scientists created a version of H5N1 influenza virus has implications for Asia.

An important research finding in the life sciences has galvanized and divided the international scientific and security communities. The creation of a version of H5N1 influenza virus (bird flu) that can be transmitted by respiratory droplets or aerosol between mammals raises hopes that a vaccine can be made – and fears that humans will speed up the process by which this new virus will be unleashed. Research has been suspended while scientists debate the proper course to take. But any solution must be part of a larger regional effort to address biosafety and biosecurity concerns.

The H5N1 virus first appeared in Asia nearly a decade and a half ago, and has since spread around the world.  In that time, the disease has been reported in 576 human cases and there have been 339 deaths. The human fatality rate for H5N1 ranges from 30 percent to 80 percent; experts consider this “one of the most virulent known human infectious diseases.” At present, the disease is only spread by contact with live birds. Scientists fear that the virus could mutate and become susceptible to human-to-human transmission, which could trigger a pandemic on the scale of the 1918-19 outbreak of Spanish flu (H1N1) that killed as many as 40 million people. Late last year, two research teams created an H5N1 virus in the laboratory that could spread in such a manner. 

This isn’t the first such “breakthrough.” In 2001 scientists created recombinant mousepox (knowledge that could be applied to smallpox); a year later, the polio virus was chemically synthesized (which means the virus was created from scratch without a natural template by using a DNA sequence available online); and in 2005, scientists reconstructed the 1918 Spanish flu virus.

The possibility of the misuse of such research for bioterrorism and crimes, as well as accidental exposure of those agents to humans, animals and plants, was highlighted by the U.S. National Research Council, including the Fink Committee report in 2004 and the Lemon-Relman Committee report in 2006.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

This time, however, the U.S. National Advisory Board for Biosecurity (NSABB) recommended that the papers (introducing the research findings to the public) not be fully published; instead, the basic results should be provided without methods or detailed results.  The government passed those recommendations on to the scientists and the journals to which they had submitted their research.

Those scientists, and some colleagues, responded with a letter published last month in the two journals, arguing that the research is crucial to public health efforts, but agreed that the controversy justified a 60-day suspension of research so that the entire scientific community could debate the issue.  An international conference on the topic is scheduled to be held this week at the World Health Organization (WHO).

This case has powerful implications for the Asia-Pacific region, which is home to rapidly developing life science industries that are working to solve problems in public health, medicine, energy development, agriculture, and national security. In 2010, a global market research firm, Frost & Sullivan, reported that Asia-Pacific healthcare revenue represented 23.2 percent of the global market ($247 billion) in 2009, and could reach a 40 percent share by 2015. Ensuring freedom in scientific research and attracting cutting-edge scientists are essential components of the region’s efforts to develop life science research.

Our concerns are broader than the oversight or censorship of scientific research. Enhancing safety and security within and beyond laboratories is critical to preventing the accidental release of pathogens/toxins or their intentional use for illicit purposes. The world doesn’t care if a pandemic is natural or manmade. In addition to the human cost, the economic consequences could be huge: the World Bank estimated that an influenza outbreak in East Asia on the scale of the 2002-3 SARS outbreak could cost $800 billion a year. 

There are two priorities for regional security efforts. The first is immediate capacity-building and coordination in the overarching sectors of public health, disaster relief, and biodefense to enhance preparedness and response in the case of a disease outbreak (whether it’s manmade or natural). It’s important to note the unique nature of biodefense, where “medicine” plays the most significant role, and opens the door to unique forms of collaboration among public health and disaster relief efforts.

The second priority is long-term education and awareness raising policies to promote responsible conduct in life science research. This will provide the basis for wider engagement of life scientists in the effort to strengthen biosafety and biosecurity architecture beyond laboratories (including oversight, intelligence, national legislation of relevant international agreements, and export controls).

A key element of this agenda is sharing best practices among regional states in the development of biodefense capacity and collaboration with public health sectors. This work could be initiated at the bilateral level via existing regional security partnerships. For example, the U.S.-Japan Security Consultative Committee of defense and foreign ministers (the “2+2 process”) has a “Defense Working Group against CBRN Weapons” (CDWG) that could provide a model for other countries or even be expanded to larger groups.

Elevating bilateral/trilateral efforts to the regional level will be challenging. An “easy” opportunity exists, however.

When the ASEAN Defense Ministers’ Meeting (ADMM-Plus) was inaugurated in October 2010, the group targeted nontraditional security issues as the most viable area for functional cooperation. Among its priorities was capacity building relating to natural disaster management:  a Working Group on Military Medicine was set up and the group is to be co-chaired by Singapore and Japan until 2013 in cooperation with ASEAN Regional Forum.

The ARF has been working on biological threat reduction in cooperation with the WHO, which extends opportunities for further coordination between regional defense frameworks and public health frameworks. From the public health sector, the Regional Committee for the Western Pacific of the WHO agreed on resolution WPR/RC56.R4 — Asia Pacific Strategy for Emerging Diseases — in an effort to enhance regional capacity against infectious diseases. A possible plan was outlined that establishes the organization’s linkage with “those who handle deliberate release of biological, chemical and radiological/nuclear agents, if appropriate.”

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

For the second agenda item, there are growing efforts to raise awareness of biosecurity and biosafety issues among life scientists. The United States has the NSABB. The Science Council of Japan established a committee last year on dual-use issues in the life sciences to raise awareness of these issues. Biosafety and biosecurity associations in the Philippines, Indonesia and Singapore are key players in the Asia-Pacific Biosafety Association (A-PBA). The A-PBA is a member association of the International Federation of Biosafety Associations that works closely with the U.S. Cooperative Threat Reduction.

There are many opportunities for national security and public health agencies of regional governments to play individual roles and build international partnerships on these issues. For regional security stakeholders, the debate over and action plans to deal with H5N1 research should go beyond oversight of scientific research and be considered part of the embryonic efforts to enhance regional biosecurity. 

 

Masamichi Minehata is a research fellow at the University of Bradford in the U.K. and nonresident SPF Fellow at the Pacific Forum CSIS. Since 2008 he has worked for the UK Prime Minister’s Initiative to promote international biosecurity education, in cooperation with the National Defense Medical College of Japan. Brad Glosserman is executive director of Pacific Forum CSIS, where this article originally appeared.