The Debate

wm 99 รับ 3001️⃣M98: The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay

แจก ฟรี เครดิต ทดลอง เล่น,บล. ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุในบทวิเคราะห์(7 เม.ย.)ว่า กลุ่มพลังงาน ได้รับผลดีจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันดิบในระยะสั้น ซึ่งเป็นผลจากการที่บริษัทน้ำมันรัฐบาลซาอุดิอาระเบียปรับขึ้นราคาขายน้ำมันในภูมิภาคเอเชียต่อเป็นเดือนที่ 2 แต่ราคาน้ำมันดิบอาจปรับขึ้นอย่างจำกัด เพราะอุปสงค์ในตลาดโลกยังไม่แข็งแกร่งมาก ,พอร์ตถือ Long ต้นทุนรอบเช้าวันที่ 30 มี.ค. ที่ผ่านมาบริเวณ 984-985 จุด แนะนำทยอยปิดทำกำไร บริเวณช่วงแนวต้าน 1025-1030 จุด ตัดขาดทุนกรณีต่ำกว่า 1015 จุดสำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า การเปิดรับสมัครงานพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 14 ปีในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง แม้ว่าตัวเลขการจ้างงานได้ชะลอตัวในเดือนที่แล้ว กระทรวงรายงานว่า การเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน เพิ่มขึ้น 168,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 5.1 ล้านตำแหน่งในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2554TOP Trading buy ปิด: 53.75 แนวรับ: 53.75-52.25 แนวต้าน: 55-56.5ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าสำนักงานการบินแห่งชาติสหรัฐ (FAA) จะส่งคนเข้ามาตรวจสอบมาตรฐานของประเทศไทยซ้ำนั้น รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวยอมรับว่า ไทยเคยโดน FAA Down Grade เมื่อปี 38 จึงมีการคาดการณ์ว่าครั้งนี้ FAA จะต้องกดดันมา แต่ขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งเข้ามา รองปลัดคมนาคม ระบุว่า ตอนนี้ยังคาดการณ์อะไรไม่ได้ เพราะยังไม่ได้แจ้งเข้ามา แต่ถ้ามาช่วงนี้ช่วงที่ยังเจอปัญหา ก็ต้องรอรับเจรจาทั้ง JCAB และ FAA ว่าจะแก้ไขปัญหาให้เสร็จ จากแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 1/58 ที่จะออกมาดี จึงเชื่อว่าทั้งปีนี้ทั้ง 3 ธุรกิจหลักจะได้รับผลดี นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนพัฒนาโครงการใหม่ในอนาคต เช่น โครงการตลาดนัดติดแอร์ เดอะ มาร์เก็ต บาย แพลทินัม ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าแพลทินัมปัจจุบันกว่า 3 เท่า คาดว่าเริ่มเปิดดำเนินการได้ในไตรมาส 3/60 ตั้งเป้าทำรายได้กว่า 1,000 ล้านบาทต่อปีทั้งนี้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) เริ่มการประชุมนโยบายการเงินเป็นวันแรกแล้วในวันนี้ โดยบีโอเจมีแนวโน้มที่จะคงนโยบายผ่อนคลายทางการเงินต่อไป แม้มีความเป็นไปได้ว่าราคาผู้บริโภคจะปรับตัวลงสู่แดนลบASK (BUY:Consensus [email protected]) : ปี58คาดกำไรโต23.8%YoY ตามความต้องการสินเชื่อรถบรรทุกที่เริ่มกลับมาโตตามภาวะศก.ที่กระเตื้องขึ้นอีกทั้งยังมีแผนขยายสาขาเพื่อรับโอกาสที่จะเข้ามาจากการเปิดAEC + ปัจจุบันเทรดPER ปี58ที่8.4x ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มleasing ที่22x และคาดให้Div. yield ปีละ8.4%จึงแนะนำซื้อBLA ซื้อ ราคาหุ้นแกว่งตัวขึ้นทะกรอบสามเหลี่ยมด้านเท่าที่สร้างมาระยะ 2 เดือนได้พร้อมปริมาณการซื้อขายสูงขึ้น มีเป้าหมายในการทำกำไรระยะกลางบริเวณ 55.00 บาทSENA ปิด 4.02 +0.08 +2.03% PLNB เพิ่มเป้ารายได้ปีนี้โตกว่า 35% รุกขยายสื่อโฆษณาครบวงจร ,แนวรับ 13.50 แนวต้าน 14.60ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้ายอดขายไตรมาส 2/58 ไว้ที่ 4.5 พันล้านบาท โดยจะมีการเปิดโครงการใหม่เพิ่ม 3 โครงการ มูลค่ารวม 3.75 พันล้านบาท เป็นโครงการแนวราบทั้งหมด หลังจากไตรมาส 1/58 บริษัทเปิดพรีเซลส์โครงการแนวราบไปแล้ว 4 โครงการ จากแผนทั้งปีจะเปิดโครงการใหม่ 24 โครงการ มูลค่ารวม 2.95 หมื่นล้านบาท แนวต้าน 1555 1565 1600ฝ่ายวิเคราะห์ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) แนะหุ้นPLAT ซื้อเก็งกำไร แนวรับ 5.85-6.00 บาท แนวต้าน 6.20-6.30 // 6.55 บาทPFTrading buy ปิด: 1.10 แนวรับ: 1.09-1.06 แนวต้าน: 1.15-1.18แจก ฟรี เครดิต ทดลอง เล่น โดยจัดสรรหุ้นที่เพิ่มทุนจำนวน 893,856,031 หุ้น เพื่อรองรับการใช้สิทธิของหลักทรัพย์แปลงสภาพ จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมอัตราส่วน 4 หุ้นเดิม : 1 หลักทรัพย์แปลงสภาพ ราคาเสนอขาย 0.00 บาทต่อหน่วย ดอลล์อ่อนค่า ขณะเจ้าหน้าที่เฟดเห็นต่างประเด็นขึ้นดอกเบี้ยGUNKUL (BUY:[email protected]): จัดเป็นGrowth Stock ดาวเด่นในกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนโดยปี58คาดกำไรโต36.9%YoY และโตต่อ67.6%YoY ในปี59จากงานEPC ที่ยังคงโตต่อเนื่องและรับรู้รายได้จำหน่ายไฟฟ้าพลังงานทดแทนทั้งในและต่างประเทศซึ่งจะเริ่มมีความชัดเจนนับตั้งแต่ปี59ซึ่งนับเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้บริษัทโตอย่างมั่นคงในอนาคตเพราะรายได้ไม่ผันผวนและยังมีมาร์จิ้นที่ดีจึงยังคงแนะนำซื้อข่าวดังกล่าวทำให้เทรดเดอร์เชื่อมั่นวาจะช่วยหนุนอุปสงค์ให้ภูมิภาคให้สูงขึ้นด้วย นอกจากนี้ ข่าวการปรับขึ้นราคาน้ำมันดิบของซาอุดิอาระเบียยังทำให้นักลงทุนคลายความวิตกกังวลจากกระแสคาดการณ์ที่ว่า อิหร่านอาจจะส่งออกน้ำมันได้เพิ่มขึ้น หลังจากที่ชาติตะวันตกได้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน ภายหลังจากอิหร่านยอมทำข้อตกลงด้านนิวเคลียร์ ธนาคารกลางอินเดียมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 7.5% ในการประชุมวันนี้ ภายหลังจากที่ได้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในการประชุมเมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมาอย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้นตามราคาน้ำมัน โดยหุ้นไดมอนด์ ออฟชอร์ ดริลลิง พุ่งขึ้น 2.8% ขณะที่หุ้นเรนจ์ รีซอสเซส คอร์ป ปรับขึ้น 2.9%ส่วนหุ้นกลุ่มขนส่งปรับขึ้นเช่นกัน นำโดยหุ้นเฟดเอ็กซ์ และหุ้นเรลโรด ยูเนียน แปซิฟิก ซึ่งต่างก็ปรับตัวขึ้นราว 1.4%。

ทั้งนี้ รายงานการประชุมประจำเดือนมี.ค.ของเฟดนั้น เจ้าหน้าที่เฟดมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันอย่างมากเกี่ยวกับระยะเวลาในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยเจ้าหน้าที่เฟดหลายคนมองว่าเฟดน่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิ.ย.ได้EMC PRIN หุ้นอสังหาที่ปีก่อนแย่ ต้องมาจับตาปีนี้ เพราะจะ turnaround กันอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยเฉพาะ PRIN ปี 57 ทำการโละของเสียออกเกลี้ยง ทำการปรับปรุงระบบงานใหม่ ปีนี้จึงเตรียมเปิดตัวคอนโดเพียบ และอัตราการทำกำไรจะดีขึ้นอย่างมาก เป้าหมายปีนี้รายได้อย่างน้อย 3 พันล้านบาทลุยเปิด 5โครงการบุกทุกรูปแบบเลยว่างั้น จุดเด่นของ PRIN แม้ผลประกอบการในอดีตจะไม่เด่น แต่งบการเงินแข็งแกร่งมากมีกำไรสะสมระดับ 2 พันล้านบาท ทำให้ book value สูงระดับ 3.25 บาท หรือ PBV ที่ 0.56 เท่า ต่ำสุดในกลุ่มอสังหา อีกทั้งมีหนี้สินไม่สูงมาก แบบนี้เท่ากับว่าราคาหุ้นต่ำเกินไป และน่าจะ bottom สุดๆ ในเวลานี้แล้วล่ะ หากมองว่าปี 58 จะพลิกฟื้นขึ้นมาแล้ว ราคาหุ้นจึงไม่ควรจะต่ำกว่า 2.50 บาท ด้านกราฟลงลึก เห็นสัญญาณการดีดตัวขึ้นแล้ว ตรงนี้ควรจะเป็นไม้แรกสำหรับรอบยาว แนะนำสะสมกันไว้ แล้วจะดีเองVolume มากกว่า 4 หมื่นล้าน + ยืนได้เหนือ 1,550 จุด เป็นสัญญาณ บวก : ในกรณีที่ SET สามารถยืนได้เหนือแนวต้านที่ 1,550 จุด พร้อมปริมาณการซื้อขายมากกว่า 4 หมื่นล้านบาท จะเป็นสัญญาณ กลับตัว ทางเทคนิค โดยมีเป้าหมายการปรับสูงขึ้นถัดไปที่ 1,575 จุด และเป้าหมายหลักที่ 1,620 จุด หรือจุดสูงสุดเดิมที่ทำไว้ในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา3.06 บาท Break ได้เป็นสัญญาณซื้อระดับราคาได้กำลังทดสอบแนวต้านสำคัญที่บริเวณ 3.06 บาทซึ่งมีนัยสำคัญมากและมีความพร้อมสูงที่จะ Break ขึ้นไปได้เพราะ RSI ก็พร้อมจะ Break ขึ้นไปเป็นสัญญาณซื้อแรงๆแนวรับ 7.65-7.75 บาท、แนวรับ 1015,1005* แนวต้าน 1030-1035* น้ำมันปิดวานนี้ปรับขึ้นรับคาดการณ์สหรัฐผลิตน้ำมันน้อยลง,ทั้งนี้แม้ว่าตลาดหุ้นจีนจะยังคงซื้อขายกันอย่างคึกคัก แต่ตัวเขาเองก็เริ่มใช้ความระมัดระวังในระยะใกล้นี้ หลังจากที่นักลงทุนแห่เปิดบัญชีซื้อขายหุ้นใหม่จนสร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ในขณะที่ยอด margin debt ก็แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นเดียวกัน ตลาดหุ้นจีนคงจะยังไม่ถูกนำไปคำนวณในดัชนีของบริษัท MSCI Inc. ในปีนี้ ซึ่งเป็นการจำกัดอุปสงค์จากนักลงทุนต่างประเทศ SET Index แกว่งตัวในกรอบ 1,544-1,555 จุด ก่อนปิดภาคเช้าที่ระดับ 1,550.65 จุด +1.12 จุด (+0.07%) ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 15,941.95 ลบ.、 PCA บริษัทดีๆอย่างนี้ แต่ราคาหุ้นลงเลียดติดดิน เด็กแนวชอบอย่างมาก เพราะนี่คือไม้แรกของรอบใหญ่ที่พร้อมจะขึ้น บริษัทดำเนินธุรกิจ ออกแบบ ติดตั้ง และขายอุปกรณ์ ICT รวมทั้ง Set Top Box ด้วย ปี 58 นี้กำไรจะโตเกือบเท่าตัวจากปีก่อน และปี 59 อานิสงส์จาก 4G จะทำให้ได้งานเพิ่มบานตะไท จัดเป็นหุ้น PE ไม่สูงในกลุ่มวางระบบที่น่าสนใจ หากปีนี้กำไรเพิ่มเป็น 100 ล้านบาท ราคาหุ้นที่เหมาะสมควรจะอยู่ไม่น้อยกว่า 7 บาทที่ PE เพียง 18 เท่า ขณะที่ symc, ilink,css ค่า PE ระดับ 23 เท่าไปแล้ว จึงถือว่านี่ถูกเกินไป ส่วนกราฟนั้นให้พิจารณาทางเทคนิคกันให้ดี เครื่องมือต่างๆ สร้างสัญญาณซื้อล่วงหน้ารอแล้ว แค่มีโวลุ่มมาเติมก็จะวิ่งแรง และยาวคำโตๆ สะสมกันเถอะก่อนที่ราคาจะวิ่ง เราได้ไม้แรกไว้ก่อนจะได้ไม่ต้องไปไล่ซื้อทีหลังTechnical SET range: 1,540-1,553 ธ.โลกพร้อมแชร์ประสบการณ์ร่วมกับ AIIB หวังสร้างกลไกขับเคลื่อนศก.โลก, SET Index แกว่งตัวในกรอบ 1,544-1,555 จุด ก่อนปิดภาคเช้าที่ระดับ 1,550.65 จุด +1.12 จุด (+0.07%) ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 15,941.95 ลบ.BA Trading buy ปิด: 20.4 แนวรับ: 20.3-20.0 แนวต้าน: 20.9-21.2บริษัทบริหารและพัฒนาเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จำกัด(มหาชน) หรือ GENCOทั้วนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,902.51 จุด เพิ่มขึ้น 27.09 จุด หรือ +0.15%, ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 4,950.82 จุด เพิ่มขึ้น 40.59 จุด หรือ +0.83% และดัชนี S P500 ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ 2,081.90 จุด เพิ่มขึ้น 5.57 จุด หรือ +0.27%แจก ฟรี เครดิต ทดลอง เล่น、อย่างไรก็ดี หากพิจารณาจากตัวเลขการจัดเก็บรายได้จากภาษีมูลค่าเพิ่ม(VAT) ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้สูงขึ้น 9.75% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับการใช้จ่ายภาครัฐในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 58 สามารถเบิกจ่ายได้แล้ว 51% ดังนั้นเชื่อว่าภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วงหลังจากนี้ไปไม่น่าจะลดลงไปมากกว่านี้ โดยโมเมนตัมของการใช้จ่ายภาครัฐและภาคเอกชนจะเป็นแรงที่ช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจไทยให้ไม่ตกต่ำไปกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันจากแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 1/58 ที่จะออกมาดี จึงเชื่อว่าทั้งปีนี้ทั้ง 3 ธุรกิจหลักจะได้รับผลดี นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนพัฒนาโครงการใหม่ในอนาคต เช่น โครงการตลาดนัดติดแอร์ เดอะ มาร์เก็ต บาย แพลทินัม ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าแพลทินัมปัจจุบันกว่า 3 เท่า คาดว่าเริ่มเปิดดำเนินการได้ในไตรมาส 3/60 ตั้งเป้าทำรายได้กว่า 1,000 ล้านบาทต่อปีตลาดยังคงได้รับแรงหนุนจากข่าวที่ว่า ซาอุดิ อารามโก ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันของรัฐบาลซาอุดิอาระเบีย ได้ปรับขึ้นราคาน้ำมันประจำเดือนพ.ค.สำหรับลูกค้าในเอเชียอีก 30 เซนต์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นการปรับขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่สอง DW Market : หุ้นร่วง หนุนนักลงทุนเทรด SET50 Put วานนี้ด้านดัชนี MSCI Asia Pacific เพิ่มขึ้น 0.2% สู่ระดับ 149.02 จุด เมื่อเวลาประมาณ 9.00 น.ตามเวลาโตเกียวกลยุทธ์ที่แนะนำ :ช่วงบ่าย: คาดจะเริ่มตื้อๆ ที่แนวต้าน 1553 จุด และหลังจากนั้นจะตามมาด้วยการอ่อนตัวระยะสั้น เพื่อลดความร้อนแรงบ้าง ซึ่งหากต่ำกว่า 1538 จุด จะเป็นสัญญาณที่ชัดขึ้น อย่างไรก็ตาม ไม่ได้น่ากลัว มองแนวรับจะอยู่ที่ 1520-1525 จุด และเราให้ใช้ฐาน 1510 จุด เป็นจุดติดตามถึงการเปลี่ยนแนวโน้มเป็นปรับตัวขึ้นได้ต่อ การลงสลับไม่ควรต่ำกว่าแล้ว ทั้งนี้ หุ้นแนะนำตามสัญญาณเทคนิค ได้แก่ EMC (รับ 0.94 ต้าน 1.02 Cut 0.89) และ SF (รับ 7.15 ต้าน 7.95 Cut 6.90)。

Three recent papers attempt to look at the next stage of the world’s most important relationship.

The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay
Credit: The White House

The Asia security field is a crowded one these days, and that is a good thing. The region is confronting a number of destabilizing threats: disputes over islands in the South and East China Seas, weak governance in several Southeast Asian nations, and continuing?uncertainty over North Korea’s intentions and capabilities, among others. All are long-term, ongoing challenges, and the more ideas that get out there about how to manage these issues, the better.

No issue gets as much attention, however, as the U.S.-China relationship and what it means for regional security. For most, it boils down to whether the era of U.S. primacy is over. If it is, what should the next stage look like and how does China fit in? If not, how does the United States preserve its role as the fundamental security guarantor in the region and how does China fit in?

Three recent, thoughtful reports/papers attempt to address this question: the first, “Revising U.S. Grand Strategy Toward China”?by my CFR colleague Robert Blackwill and Carnegie Endowment scholar Ashley Tellis; the second, “The Future of U.S.-China Relations Under Xi Jinping: Toward a New Framework of Constructive Realism for a Common Purpose”?(pdf)?by former Australian Prime Minister Kevin Rudd; and the third, “Beyond American Predominance in the Western Pacific: The Need for a Stable U.S.-China Balance of Power”?by Carnegie Endowment scholar Michael Swaine. Each adopts a different approach and arrives at different conclusions, although the Rudd and Swaine analyses are largely compatible. Blackwill and Tellis explicitly seek to develop a roadmap for continued U.S. primacy in the Asia Pacific. Rudd and Swaine, in contrast, argue that such an effort is unrealistic, even harmful, given the realities of U.S. commitments and domestic politics, as well as China’s intentions and growing capabilities. Both Rudd and Swaine seek to have the United States and China sacrifice near-term interests for a longer-term greater good. However, Rudd places a much greater burden of compromise on the United States, while Swaine is more even-handed in his call for accommodation by both sides.

I was most eager to read the Rudd report. I have heard the former prime minister speak on a number of occasions and have always been impressed by his insights. In his report, Rudd assumes the role of peacemaker—trying to bridge the gap between the “private or semi-private narratives each side [the United States and China] may have about the other.” Although ostensibly designed to speak equally to Chinese and U.S. policymakers, the report is, for the most part, designed for a U.S. audience—explaining China and the Chinese perspective to Americans and offering recommendations for Washington.

Rudd’s argument is premised on his belief that Chinese President Xi Jinping is someone with whom the United States can work, that he is prepared to take calculated risks, and that there is now a window in China for Washington and Beijing to strike a grand bargain. According to Rudd, it is up to the United States to use this space as creatively as possible, while it lasts. While this is an appealing narrative, the report does not make?clear why Rudd believes this. Rudd also leaves the reader hanging when he asserts that China will become a more active participant in the reform of the global rules-based order and that it will bring a “new, forthright Chinese voice in the world.” It would have been helpful had the prime minister explained whether this voice will mean more Air Defense Identification Zones or more Asian Infrastructure Investment Banks or both. The implications for the region are vastly different.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

There are also some off-putting notes. Rudd begins by announcing that the Chinese economy will continue to thrive, noting: “Sorry, but on balance, the Chinese economic model is probably sustainable.” It is an awkward pronouncement that assumes that Americans want the Chinese economy to fail—something very few Americans, in fact, desire. (What Americans do want is a thriving Chinese economy that offers a fair and open trade and investment environment.)

While bold and fun to read, Rudd’s analysis of Xi’s presidency and the potential for significant new cooperation with the United States—should only the United States?seize the moment—ultimately falls short because it is difficult to find the evidence to support it. Xi may well have the political capital to strike a grand bargain, but Rudd’s faith in him notwithstanding, it remains unclear that he wants one.

The lack of demonstrable Chinese interest in a more accommodating regional security posture makes me initially sympathetic to the dominant theme of the Blackwill and Tellis report. As Blackwill and Tellis note, the current Chinese leadership has offered little indication—either in words or action—that it does not have as its endgame supplanting the United States as the regional hegemon. However, the report adopts such an uncompromising stance on any potential for the United States and China to find common ground that it loses me along the way. There is a built-in assumption that China necessarily wants to supplant the United States—not simply this regime at this moment in time. Such a deterministic understanding of Chinese politics and interests ignores ongoing debates within the country and the potential for new understandings to emerge

The recommendations (as in the Rudd report) run several pages, and for the most part, they represent a coherent strategy for the United States. Blackwill and Tellis have flipped the current hedging strategy from its emphasis on engagement with limited containment to containment with limited engagement. Much paper is devoted to strengthening military and economic ties with our allies. Still, it is difficult to understand, at times, how the containment and engagement will all work together—for example, “agreeing on enhanced security confidence-building measures between the two sides” while the United States establishes a new technology-control regime and levies an across-the-board tariff on Chinese economic goods in response to Beijing’s cyberattacks. Whatever its weaknesses, however, the report raises appropriate alarm bells concerning the challenge that many current Chinese economic and security behaviors pose for U.S. interests and the necessity of addressing them directly.

Ultimately, I thought the quietest piece—the one released with the least fanfare—was the most thought-provoking and compelling. Swaine offers a reasonably even-handed assessment of both the U.S. and PRC perspectives and tackles head on the problem that Beijing and Washington have concerning “clashing assumptions and beliefs about the requirements for continued order and prosperity in Asia.” He also identifies several very specific areas for potential cooperation, including the Korean Peninsula, Taiwan, and the management of maritime territorial disputes, and then proceeds to lay out how actual progress might be realized through various trade-offs. For example, he suggests that the United States halt arms sales to Taiwan in return for credible assurances by Beijing that it will not use force against Taiwan (except in the case of a dejure declaration of independence) and acceptance that unification would be peaceful and must involve the consent of people of Taiwan. One can agree or not with all of Swaine’s analysis or prescriptions, but in a much shorter piece, he takes the reader deeper and farther into understanding the challenges at hand and the potential roadmap for resolution.

Elizabeth C. Economy is?C.V. Starr Senior Fellow and Director for Asia Studies at the Council on Foreign Relations. She is an expert on Chinese domestic and foreign policy and U.S.-China relations and author of the award-winning book,?The River Runs Black: The Environmental Challenge to China’s Future.?This post appears courtesy of?CFR.org?and?Forbes?Asia.