China, What's Next?

ufabet888.com: China’s Challenges: Environment

ทดลอง เล่น xo 1️⃣2021,แนะนำซื้อ SCC โดยมีแนวรับที่ 444 และ 442 บาทและมีแนวต้านที่ 460 และ 470 บาท เป็นจุดขายทำกำไรกราฟของ NCL ในขณะนี้ถือว่า down side risk แทบไม่มี อยู่ bottom อย่างมาก แค่กระตุกนิดเดียวก็วิ่งเปี้ยวได้เลย โครงสร้างเป็น W-shape โดย Stoch มี Divergence+ หมายถึงสะสมกำลังเตรียมกระชากตัว และก็แปลกตรงที่วิ่งคราใดแรงทุกที รอบนี้น่าสนใจ สั้นก็ได้ กลางก็ดี มีแนวต้านเทคนิค 3 บาท ขอให้รวย"นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมแผนการเจรจาการลงทุนกิจการไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศร่วมกันกับกลุ่มบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ในฐานะที่บริษัท เป็นแกนนำในด้านการผลิตไฟฟ้าและสาธารณูปโภคของกลุ่ม ปตท. ซึ่งนับเป็นจุดแข็งที่สำคัญของบริษัท ที่จะเติบโตไปพร้อมกันกับการเติบโตของทั้งกลุ่มธุรกิจ ปตท.",TIPCOซื้อส่วนหนึ่ง และเข้าเพิ่มถ้าทะลุ 18.2 บาท เป้าหมาย 20 บาทจากราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับต่ำ ณ ปัจจุบัน บริษัทขุดเจาะน้ำมันและก๊าซหลายแห่งได้เริ่มตัดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการขุดเจาะนอกชายฝั่งลงพร้อมทั้งเริ่มเจรจากับผู้ให้บริการเพื่อขอลดอัตราค่าบริการ หากราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับต่ำต่อไปเป็นระยะเวลานาน บริษัทเมอร์เมด มาริไทม์จะเผชิญกับความยากลำบากในการหาสัญญาจ้างงานเพื่อชดเชยกับปริมาณงานที่ยังไม่ได้ส่งมอบที่ลดลง และการหางานสำหรับเรือขุดเจาะลำใหม่ สถานะทางเครดิตของบริษัทจะได้รับผลกระทบในทางลบหากบริษัทเมอร์เมด มาริไทม์รับมอบเรือวิศวกรรมใต้ทะเลและเรือขุดเจาะลำใหม่โดยที่ยังไม่มีสัญญาจ้างงาน ทั้งนี้ เนื่องจากบริษัทเมอร์เมด มาริไทม์ นำส่งกำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายในสัดส่วนที่มากที่สุดแก่บริษัทสถานะทางธุรกิจที่แข็งแกร่งของบริษัทสะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่ยาวนานในธุรกิจเรือขนส่งสินค้าและธุรกิจบริการนอกชายฝั่ง โดย ณ เดือนกันยายน 2558 บริษัทมีเรือขนส่งสินค้าแห้งเทกองจำนวน 38 ลำ ในจำนวนนี้ 24 ลำเป็นเรือที่บริษัทเป็นเจ้าของ และอีก 14 ลำเป็นเรือที่บริษัทเช่าใช้งาน ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา บริษัทมีอัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานที่ค่อนข้างผันผวนจากการเปลี่ยนแปลงของค่าระวางเรือเป็นสำคัญ ภาวะชะลอตัวของการค้าในตลาดโลกและอุปทานส่วนเกินของเรือขนส่งสินค้าส่งผลให้ค่าระวางเรือลดลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ อัตราค่าระวางเรือเฉลี่ยเฉพาะเรือที่บริษัทเป็นเจ้าของนั้นลดลง 26% เมื่อเทียบปีต่อปี ซึ่งอยู่ที่ 6,752 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อวันพร้อมกันนั้น บริษัทยังมีแผนจะเปิดธุรกิจลีสซิ่ง ภายใต้ บริษัท เอพีเอ็ม ลีสซิ่ง จำกัด คาดว่าจะได้รับใบอนุญาตในไตรมาส 2/59 เพื่อให้บริการเช่าซื้อรถยนต์ทั้งเก่าและใหม่ รถจักรยานยนต์ อุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงาน เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น นอกจากนั้นยังศึกษาโอกาสในการทำธุรกิจประกันภัย น่าจะมีข้อสรุปในช่วงปลายปี 59 ถึงต้นปี 60 เพื่อต่อยอดธุรกิจในลาว ,โดยเฉพาะพลังงานทดแทนทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ ชีวมวล และขยะ ที่รัฐเตรียมเปิดให้เอกชนยื่นข้อเสนอในการขายไฟฟ้า และธุรกิจนี้ก็ยังเป็น Mega Trend ที่มีคนให้ความสนใจมาลงทุนอย่างมาก ประกอบกับการที่ไทยก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC อนาคตธุรกิจไฟฟ้าจะยิ่งมีการเชื่อมโยง และเติบโตสูงตามการเติบโตของเศรษฐกิจภูมิภาคอย่างไรก็ตาม จุดแข็งดังกล่าวถูกลดทอนบางส่วนจากลักษณะที่เป็นวงจรขึ้นลงของอุตสาหกรรมเรือขนส่งสินค้าและธุรกิจให้บริการนอกชายฝั่ง การลดลงอย่างรวดเร็วของราคาน้ำมันดิบซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจการให้บริการวิศวกรรมใต้ทะเลและการขุดเจาะนอกชายฝั่ง รวมถึงความเสี่ยงและผลงานที่ค่อนข้างสั้นในการซื้อกิจการของบริษัท ทั้งนี้ อันดับเครดิตตราสารหนี้มีระดับต่ำกว่าอันดับเครดิตองค์กรอยู่ 1 ขั้นเนื่องจากอัตราส่วนหนี้ที่มีหลักประกันต่อสินทรัพย์รวมคาดว่าจะอยู่ในระดับเกินกว่า 20% หลังจากบริษัทรับมอบเรือวิศวกรรมใต้ทะเลและเรือขุดเจาะลำใหม่แล้วขณะที่แนวโน้มการเติบโตของบริษัทในปี 2559 ยังคงขยายต่อเนื่องจากปี 2558 จากหลากหลายโครงการสำคัญที่บริษัทฯ ดำเนินการพัฒนาและก่อสร้างตามแผน ไม่ว่าจะเป็นโครงการโรงไฟฟ้านวนคร (NNEG) 125 MW ที่จะเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ในปีนี้และมีลูกค้ารองรับการผลิตแล้ว การรับรู้รายได้เต็มของโครงการไออาร์พีซี คลีน พาวเวอร์ (IRPC CP) Phase1 หลังจากที่ได้เดินหน้าดำเนินการเชิงพาณิชย์ไปแล้วเมื่อเดือนพฤศจิกายนในปีที่ผ่านมาบริษัทโทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ ก่อตั้งในปี 2525 และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2538 ณ เดือนกันยายน 2558 ตระกูลมหากิจศิริมีสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทคิดเป็นประมาณ 28% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ เป็นบริษัทลงทุนในธุรกิจหลัก 4 ประเภท ได้แก่ ธุรกิจเรือขนส่งสินค้าแห้งเทกอง ธุรกิจวิศวกรรมใต้ทะเลและขุดเจาะนอกชายฝั่งสำหรับอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ธุรกิจผลิตและจำหน่ายปุ๋ยในประเทศเวียดนาม และธุรกิจซื้อขายถ่านหิน โดยบริษัทมีรายได้เต็มปี ณ สิ้นปีบัญชีเดือนกันยายน 2558 อยู่ที่ประมาณ 21,400 ล้านบาท และมีเงินทุนจากการดำเนินงานอยู่ที่ประมาณ 2,200 ล้านบาท ธุรกิจบริการนอกชายฝั่งทะเลมีสัดส่วนคิดเป็น 60% ของกำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ในขณะที่ธุรกิจเรือขนส่งสินค้ามีสัดส่วนคิดเป็น 30% โดยส่วนที่เหลือมาจากธุรกิจค้าปุ๋ยและลงทุนต่าง ๆดัชนี 1,258.57 เปลี่ยนแปลง -4.84 จุด มูลค่าการซื้อขาย 23,695 ลบ.。 โอกาสในการปรับเพิ่มอันดับเครดิตของบริษัทนั้นค่อนข้างจำกัดจากมุมมองต่ออนาคตของอุตสาหกรรมเรือขนส่งสินค้าและการให้บริการนอกชายฝั่งที่ยังคงอ่อนแอ อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตของบริษัทอาจได้รับการปรับเพิ่มขึ้นได้หากผลประกอบการของบริษัทดีกว่าที่ประมาณการเป็นระยะเวลานานคำแนะนำทางกลยุทธ์ ซื้อที่ 152.5 หรือเมื่อผ่าน 155 โดยมีแนวรอขายทำกำไรช่วงสั้น 158.5 และ 162ดังนั้น บริษัทจึงมีการปรับโครงสร้างผู้บริหารเพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต โดยแต่งตั้ง นายเสกสรร ธโนปจัย และนายสมศักดิ์ ศิริชัยนฤมิตร ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) เพื่อดูแลบริการต่างๆ ในประเทศไทย ขณะที่คณะกรรมการบริษัทมีมติแต่งตั้งให้นายสมภพ ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ เพื่อดูแลนโยบายและงานในภาพรวมขององค์กรอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการแสวงหาโอกาสในการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศS50H16 / ราคาปิด 778.50 จุด เปลี่ยนแปลง +0.40 จุด。

บริษัทโทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ ก่อตั้งในปี 2525 และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2538 ณ เดือนกันยายน 2558 ตระกูลมหากิจศิริมีสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทคิดเป็นประมาณ 28% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ เป็นบริษัทลงทุนในธุรกิจหลัก 4 ประเภท ได้แก่ ธุรกิจเรือขนส่งสินค้าแห้งเทกอง ธุรกิจวิศวกรรมใต้ทะเลและขุดเจาะนอกชายฝั่งสำหรับอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ธุรกิจผลิตและจำหน่ายปุ๋ยในประเทศเวียดนาม และธุรกิจซื้อขายถ่านหิน โดยบริษัทมีรายได้เต็มปี ณ สิ้นปีบัญชีเดือนกันยายน 2558 อยู่ที่ประมาณ 21,400 ล้านบาท และมีเงินทุนจากการดำเนินงานอยู่ที่ประมาณ 2,200 ล้านบาท ธุรกิจบริการนอกชายฝั่งทะเลมีสัดส่วนคิดเป็น 60% ของกำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ในขณะที่ธุรกิจเรือขนส่งสินค้ามีสัดส่วนคิดเป็น 30% โดยส่วนที่เหลือมาจากธุรกิจค้าปุ๋ยและลงทุนต่าง ๆทั้งนี้ การจัดตั้ง บริษัท APM International จะช่วยรองรับการขยายธุรกิจการที่ปรึกษาทางการเงินในประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง โดยเฉพาะ เวียดนาม กัมพูชา และพม่า ในขณะเดียวกันยังมีโอกาสที่จะขยายไปยังประเทศ ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย เพิ่มเติมด้วย เนื่องจากในปี 58 ที่ผ่านมา APM ได้นำบริษัทที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทยและลาวไปนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) ให้กับนักลงทุนที่สิงคโปร์ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้จัดการกองทุนและนักลงทุนเป็นอย่างดี ขณะที่ราคาหุ้น DAIIณ เวลา 15.10น. ราคาอยู่ที่ 4.54 บาท บวก 0.70 บาท หรือ 18.23% สูงสุดที่ 4.78 บาท ต่ำสุดที่ 3.84 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 76.18 ล้านบาทสำหรับแผนการดำเนินงานของ บริษัทหลักทรัพย์ เอพีเอ็ม ลาว จำกัด ตั้งเป้าจะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลาว(LSX) รวม 15 บริษัทภายในปี 63 จากปัจจุบันนำบริษัทเข้าไปจดทะเบียนแล้ว 2 บริษัท และในปัจจุบันบริษัทยังอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมและข้อมูลให้ลูกค้าเพื่อเข้าจดทะเบียนเพิ่มอีก 2-3 ราย ได้แก่ บริษัท สิทธิ โลจิติกส์ จำกัด ประกอบธุรกิจขนส่ง และบริษัท ร่วมพัฒนากสิกรรม จำกัดผู้เดียว ที่ประกอบธุรกิจฟาร์มหมู เป็นต้นTVD(ราคาปิดภาคเช้า 1.14)บวกกับสถานการณ์ตลาดหุ้นต่างประเทศทั่วโลกที่ยังคงปรับลดลงจากความกังวลเศรษฐกิจจีนชะลอตัวลง การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐอย่างต่อเนื่องในปีนี้และปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างซาอุฯและอิหร่าน ก็ทำให้เชื่อว่าตลาดมีแนวโน้มจะปรับลดลงไปต่ำกว่าระดับ 1,250 จุดในวันนี้,สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่ได้มีการเปิดเผยในวันนี้ ได้แก่ เกาหลีใต้มียอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดเป็นเดือนที่ 45 ติดต่อกัน ซึ่งถือว่าต่อเนื่องยาวนานที่สุด เนื่องจากยอดการนำเข้าลดลงในอัตราที่รวดเร็วกว่าการส่งออกซื้อระยะสั้นเน้นยืน 27.75-27.50 บาท (ต่ำกว่ารอซื้อรอบใหม่ 25.75),นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาดูการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญในสัปดาห์นี้ โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐมีกำหนดรายงานข้อมูลจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนธ.ค.ในวันศุกร์นี้ เวลา 20.30 น.ตามเวลาไทยกลยุทธ์ระยะสั้นยังคงสัดส่วนหุ้นราว 30% ของพอร์ต ในด้านการ จัดพอร์ตให้แบ่งเงินส่วนหนึ่งลงทุนในหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว และอีกส่วนในหุ้นพื้นฐานดีที่ราคาปรับลงมาแรง อาทิ AAV, ADVANC และ ERW โดย ADVANC แนะนำหาจังหวะทยอยซื้อเฉลี่ยเพิ่มแถว 125 บาท หลัง Dividend น่าสนใจมากขึ้น ,โดยรั้วสำเร็จรูปดังกล่าวมีระยะความยาวประมาณ 8 เอเคอร์ หรือประมาณ 20 ไร่ คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.2 พันล้านบาท ทั้งนี้คาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการติดต้ัง 4 เดือน และจะสามารถรับรู้รายได้ในปีนี้ทันที ซึ่งจะส่งผลให้รายได้ของ DAII ปีนี้แตะระดับสูงสุดADVANC มูลค่าการซื้อขาย 8,053.56 ล้านบาท ปิดที่ 131.00 บาท ลดลง 12.00 บาทขณะที่แนวโน้มการเติบโตของบริษัทในปี 2559 ยังคงขยายต่อเนื่องจากปี 2558 จากหลากหลายโครงการสำคัญที่บริษัทฯ ดำเนินการพัฒนาและก่อสร้างตามแผน ไม่ว่าจะเป็นโครงการโรงไฟฟ้านวนคร (NNEG) 125 MW ที่จะเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ในปีนี้และมีลูกค้ารองรับการผลิตแล้ว การรับรู้รายได้เต็มของโครงการไออาร์พีซี คลีน พาวเวอร์ (IRPC CP) Phase1 หลังจากที่ได้เดินหน้าดำเนินการเชิงพาณิชย์ไปแล้วเมื่อเดือนพฤศจิกายนในปีที่ผ่านมาโดยรั้วสำเร็จรูปดังกล่าวมีระยะความยาวประมาณ 8 เอเคอร์ หรือประมาณ 20 ไร่ คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.2 พันล้านบาท ทั้งนี้คาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการติดต้ัง 4 เดือน และจะสามารถรับรู้รายได้ในปีนี้ทันที ซึ่งจะส่งผลให้รายได้ของ DAII ปีนี้แตะระดับสูงสุด ครม.ไฟเขียวลดหย่อนภาษีโรงเรือน-ที่ดิน 5 ปีแรกในสนามบินสุวรรณภูมิให้ THAIจับตาหุ้นกลุ่มนี้ดูให้ดี เพราะการเติบโตจะก้าวกระโดดอย่างมากหลายปี วันนี้มาสนใจ NCL เพราะจัดเป็นหุ้นกลุ่มขนส่งรายหนึ่งที่กำลังจะ turnaround อย่างชัดเจนในปี 59 นี้ ด้วยหลายปัจจัยทั้งปัจจัยภายในที่ปลดภาระขาดทุนจากท่าเรือระนองไป ย่างกุ้งออกเมื่อไตรมาสที่ 3 จะทำให้บริษัทตัวเบาพร้อมลุยงานอื่นได้เต็มที่และจากการแถลงธุรกิจใหม่จะบุกตะลุย logistic ทุกด้านทดลอง เล่น xo 1️⃣2021 แนวรับ: 152.5 +/-ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ)ตั้งเป้าว่าในปี 59 มูลค่าการขอส่งเสริมลงทุนน่าจะอยู่ที่ 4.5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 2.1 แสนล้านบาทในปี 58 ซึ่งนับว่าเพิ่มขึ้นหนึ่งเท่าตัว และการเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานซึ่งหากดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นในการบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชน เพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจสามารถเติบโตตามเป้าที่วางไว้ได้ ขณะที่บริษัทคาดว่ารายได้ปีนี้จะเติบโตอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากในช่วงครึ่งปีหลังนี้จะเปิดโครงการทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นทางพิเศษถนนกาญจนาภิเษก รวมระยะทาง 17 กิโลเมตร คาดจะเปิดใช้บริการได้ในช่วงปลายเดือนก.ค.59 หรือต้นเดือนส.ค.59 รวมถึงโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-เตาปูน ระยะทาง 23 กิโลเมตร รวม 16 สถานี มีจำนวนรถไฟ 21 ขบวน คาดจะเปิดให้บริการในช่วงเดือนก.ค.59อันดับเครดิตของบริษัทหรือแนวโน้มอาจได้รับการปรับลดลงหากผลประกอบการของบริษัทหรือกระแสเงินสดถดถอยลงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ เหตุดังกล่าวอาจเกิดได้จากสภาวะอุตสาหกรรมของเรือขนส่งสินค้าและการให้บริการนอกชายฝั่งที่อ่อนแอเป็นระยะเวลานาน หรือการรับเรือวิศวกรรมใต้ทะเลและเรือขุดเจาะในขณะที่ยังไม่มีสัญญาจ้าง และอัตราค่าจ้างเรือหรืออัตราการใช้งานของธุรกิจให้บริการนอกชายฝั่งที่แย่กว่าที่ประมาณการไว้3. ให้การประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินสำหรับอาคารทั้ง 5 กิจกรรมของ THAI ตั้งแต่ปีภาษี พ.ศ.2555 เป็นต้นไป เป็นไปตามที่ข้อกฎหมายว่าด้วยภาษีโรงเรือนและที่ดินกำหนด。

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

China’s Challenges: Environment
Credit: Leo Fung

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

Their ability to do so will depend on what they are driving—which remains open to question. For all the talk of the ‘Chinese model,’ nobody can seem to agree whether it’s a juggernaut or a jalopy.

From a purely economic perspective, it looks very much like a juggernaut. Having overtaken Japan and still motoring along at double-digit pace with a fifth of the world’s population on board, the speed and size of China’s GDP is awe-inspiring. But from an environmental viewpoint, it more closely resembles a jalopy—belching fumes, wasting fuel and constantly in need of a radiator refill.

Over the past five years, China has become the world’s biggest energy consumer and greenhouse gas emitter. Its longstanding problem of water scarcity in the north has been compounded by pollution, overuse and drought, to leave an accumulated deficit of more than 200 billion cubic meters.

These problems show no signs of abating without an overhaul. On the latest trends of population growth, rising affluence and energy use, the emissions of the average person in China will surpass those of Europeans within five years and Americans within 10. Demands for water, energy, food and almost every other resource will also intensify, despite warnings that they are already beyond sustainable levels.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Until now, Beijing has managed to avert a crisis with a series of supply-side solutions to provide more water and fuel, while tinkering with the engine mid-drive.

It has embarked on the world’s biggest hydro-engineering project—the South-North Water Diversion Project—to channel rivers to the dry north. It has intensified diplomatic and trade efforts to secure coal, oil, timber and other resources in Australia, Africa and South America—adding to the competitive pressures with the United States. And it has boosted the efficiency of its industrial sector by investing heavily in new power plants and renewable energy.

The upgrade to a sleeker, low-carbon economy is an expensive and difficult task that is a long way from completion, but China appears ready to pay. Last year, it invested $34 billion in ‘clean technologies’ compared to the United States’ $18 billion, according to the World Resources Institute. The two biggest alternative energies—hydro and nuclear—will see a rapid expansion over the next decade, though they too have an environmental cost. Wind energy generating capacity is growing fast (China became number one in this field too last year), but more than a third isn’t yet connected to the grid. Development of solar power, eco-cities and electric vehicles has even further to go, but the government has committed considerable funds to realise these goals.

It has been far less willing to implement demand-side constraints, which is understandable given the relatively low living standards in China compared with developed nations and the fear of social instability if growth slows. Where it has been forced to impose limits—on pollution control—results have been mixed due to corruption, poor governance and the often conflicting goal of economic expansion. Given this background, the Politburo has preferred to set ‘intensity’ targets—for example on energy and carbon emissions—that are pegged to GDP.

But there are signs that this may be changing as the environmental road grows more bumpy, crowded and dry.? Beijing recently imposed its first restrictions on car ownership, cutting new registrations by more than two-thirds to alleviate traffic and pollution problems. Last month, state planners said China would impose a cap on annual water consumption of 670 billion cubic metres, as well as doubling spending on conservation and efficiency measures over the next 10 years.

In the next five-year economic plan—due to be unveiled in March—the government will also introduce pollution reduction targets for nitrogen oxide and ammonia in addition to the existing goals for sulphur dioxide and chemical oxygen demand. Along with a proposed environmental tax, this is likely to add to the costs of industry, but it should mean that China’s notorious smogs finally start to dissipate.

To the frustration of many trade partners—particularly Japan and the United States—the government is also limiting exports of rare earths used in high-tech manufacturing. This is partly justified on environmental grounds—the mining is dirty and China no longer wants to be a supplier of primary resources—but largely because it wants to move up the value chain by keeping those metals for production of home-made technology.

A still cleaner shift of direction, however, would entail an overall target to limit energy use—and by association set a peak for carbon emissions. This radical step is still being debated by five-year planners, who are trying to reduce China’s dependency on coal, which is the main source of greenhouse gas and acid rain, as well as being a blight on agricultural land and river systems. For all its investment in clean technologies, China remains addicted to this dirtiest of fossil fuels, which still supplies 77 percent of the nation’s energy.

Limiting the use of this primary fuel is essential for China and the world. Without this change, there can be no transition from carbon-burning jalopy to high-tech juggernaut and the drivers of the economy will find it harder to maintain control.

Easing off the accelerator now will be far easier than slamming the brakes later on.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Jonathan Watts is the Guardian’s Asia environment correspondent and author of ‘When a Billion Chinese Jump: How China Will Save the World – or Destroy It.’