The Debate

best online slot games to win: The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay

ฝาก 20 รับ 100 ถอน ไม่ อั้น 1️⃣2021,นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนในระหว่างวันหลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ส่งสัญญาณที่ชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ย โดยรายงานการประชุมประจำวันที่ 27-28 ต.ค.ของเฟดระบุว่า เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายส่วนใหญ่ของเฟดมีความเห็นที่สอดคล้องกันว่าเฟดควรจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า แต่จะเป็นการปรับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปAOT ปิดที่ 323.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 บาท, ปิดตลาดเย็นนี้ เงินเยนอยู่ที่ระดับ 123.21/24 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 123.43/48 เยน/ดอลลาร์、horse racing betting odds、 ซื้อ CPF Turnaround Plays ที่มี Valuation ต่ำ: เรามอง CPF เป็น Turnaround Plays ที่น่าสนใจด้วย Valuation ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต เป้าหมายพื้นฐาน 29.0 บาท ขณะที่ระยะสั้นลุ้นทะลุแนวต้านเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันที่ 22.50 บาท มีเป้าหมายถัดไปที่ 25.0 บาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนดังนี้ 1) ธุรกิจกุ้งเริ่มฟื้นตัว เห็นได้จากอัตรากำไรที่เพิ่มขึ้นมาที่ 12.6% เท่ากับก่อนช่วงเกิดโรค EMS คาดผลการดำเนินงานจะกลับมามีกำไรอีกครั้งภายใน 1-2 ปีข้างหน้า 2) ธุรกิจต่างประเทศมีผลการดำเนินงานดีขึ้นไม่ว่าจะเป็น จีน เวียดนาม อินเดีย และรัสเซีย 3) คาดการณ์กำไรกลับมาฟื้นตัวตั้งแต่ปี 59 เป็นต้นไป ด้วยการเติบโต 22.4% 4) ปัจจุบัน CPF ซื้อขายที่ PBV 1.4x ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 4 ปีที่ 2.2x ขณะที่ ROE กลับมาเร่งตัวขึ้นอีกครั้งตั้งแต่ปี 59-60 เป็นต้นไปที่ 8.4-9.6% (ROE เฉลี่ย 2012-15 ที่ 8.9%)、นักลงทุนเทขายดอลลาร์ในช่วง 1 วันหลังจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ส่งสัญญาณอีกครั้งถึงแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้รายงานการประชุมนโยบายการเงินของเฟดเมื่อวันที่ 27-28 ต.ค.แสดงให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่เฟดเชื่อว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะมีความเหมาะสมในเดือนธ.ค.นายวรุตม์ ศิวะศริยานนท์ กรรมการผู้จัดการสายงานวิจัย บล.เอเชีย เวลท์ เปิดเผยว่า ตลาดหุ้น WallStreet เป็นบวกจากการที่ตลาดมองข้ามการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในเดือน ธันวาคมนี้โครงการ ศุภาลัย พรีโม่ นครอินทร์ พระราม 5 เป็นบ้านทาวน์โฮม 2 ชั้น 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ จอดรถ 2 คัน ราคาเริ่มต้น 2 ล้านกว่าบาท มีจุดเด่นเรื่องการออกแบบโปร่งสบายในสไตล์โมเดิร์น ที่มีฟังก์ชั่นลงตัวเพื่อตอบสนองความต้องการของทุกคนในครอบครัว และให้ความเป็นส่วนตัวท่ามกลางผู้พักอาศัย เพียง 110 ครอบครัวเท่านั้นหุ้นกลุ่มธุรกิจสุขภาพร่วงลงหลังจากยูไนเต็ดเฮลธ์ ซึ่งเป็นบริษัทประกันสุขภาพรายใหญ่ของสหรัฐประกาศว่า ทางบริษัทอาจจะถอนตัวออกจากโครงการ โอบามาแคร์ เนื่องจากต้นทุนที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ยูไนเต็ดเฮลธ์ยังได้รับลดคาดการณ์ผลประกอบการของบริษัทในปีนี้ด้วย , เลขาฯ ก.ล.ต.รับสื่อโซเชียลฯปราบยาก เตือนนักลงทุนอาจตกเป็นเครื่องมือปั่นหุ้น 30 หุ้นฝรั่งไล่ซื้อ 30 หุ้นฝรั่งขายทิ้ง ประจำวันที่ 20 พ.ย.58นางสาวสุกัญญา สุขเจริญไกรศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอแคป แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด (มหาชน) หรือ ACAP เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าในปี 59 จะกลับมามีกำไร และส่วนของรายได้จะสามารถเติบโตได้สูงขึ้นจากปีนี้อย่างมีนัยสำคัญ หลังจากที่บริษัทปรับโครงสร้างบริหารและการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี หุ้นยุโรปปิดบวกรับเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยLANNA ตั้งงบ 50 ลบ.ปีหน้าขยายท่าเรือที่อยุธยา รับส่งออกปูนเม็ด คาดเปิดบริการขนส่งปูนเม็ดให้ SCC-SCCC ใน H2/59ขณะเดียวกันเตรียมเงิน 50-60 ล้านเหรียญ ซื้อเหมืองถ่านหินมากสุด 2 แห่งในอินโดฯตั้งเป้าผลิต-ขายถ่านหินปี 59 ที่ 5.5 ล้านตันจากปีนี้ทำได้ต่ำเป้ามาที่ 5 ล้านตันขณะเดียวกันตั้งเป้าผลิต-ขายเอทานอลปี 59 ที่ 115 ล้านลิตรจาก 105 ล้านลิตรปีนี้?ด้าน TBSP ผู้ดำเนินธุรกิจสิ่งพิมพ์ปลอดการปลอมแปลง ผลิตและจำหน่ายสินค้าและบริการหลากหลาย เช่น บัตรพลาสติก เช็คและสมุดบัญชีธนาคาร สิ่งพิมพ์ปลอดการปลอมแปลง งานพิมพ์ข้อมูลและจัดส่ง และบริการจัดเก็บและทำลายเอกสาร แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ว่าการที่กลุ่ม SCC ขายหุ้นบริษัทออกจำนวน 32% เมื่อวันที่ (20 พ.ย.) ให้แก่นางสาวสุธิดา ส่งผลให้นางสาวสุธิดา เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท และในวันเดียวกันนายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการของบริษัท ได้ยื่นหนังสือขอลาออกจากการเป็นกรรมการของบรัท โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 23 พ.ย.นี้กราฟ ECL ก่อนหน้านี้อ่อนตัวลงมาที่ 1.65 จุดและมีแรงรับแข็งแกร่งหลายครั้ง ซึ่งถือเป็น support ที่สำคัญ ขณะที่การดีดตัวล่าสุดนี้ กราฟแท่งเทียนพยายามสร้างรูป Bullish Engulfing พร้อมๆ กับ Stoch โค้งตัวเป็นสัญญาณเตรียมซื้อรอบใหม่ และหาดผ่าน 1.80 บาท จะตีโค้งเป็น U-Curve ดังนั้น ต้องมาพิสูจน์กัน และแนวโน้มค่อนข้างเชิงบวก แนะนำซื้อเก็งกำไรส่วนผลการดำเนินงานในปีนี้บริษัทมั่นใจกำไรสุทธิจะทำสถิติสูงสุด (New High) ใหม่ หลังจากที่กำไรสุทธิ 9 เดือนที่ผ่านมาทำได้ 271.52 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 301.16 ล้านบาท ซึ่งการเติบโตของกำไรสุทิเป็นผลมาจากการเติบโตของยอดขายในสาขาเดิม (SSSG) ในปีนี้เติบโตได้ 16% ส่งผลให้ต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆ ลดลง。

เงินบาทเปิด 35.80/82 คาดแกว่งแคบ-ไร้ปัจจัยใหม่ มองกรอบ 35.70-35.90ด้านพล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ประธาน กสทช.) เปิดเผยว่า การประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz ในวันที่ 11-12 พ.ย. ที่ผ่านมานั้น เป็นตัวสะท้อนความร่วมแรงร่วมใจของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ที่ทำให้งานนี้ออกมาอย่างสมบูรณ์ และโปร่งใสที่สุด ส่งผลให้ประชาชนและประเทศชาติได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ ซึ่งจากนี้สำนักงาน กสทช. พร้อมจะเดินไปด้วยกันอีกครั้งในการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 15 ธ.ค. นี้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า ตามที่บริษัท ไทยบริติช ซีเคียวริตี้ พริ้นติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TBSPแจ้งว่ามีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ โดยบริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) ขายหุ้นจำนวน 3,520,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 32 ของทุนชำระแล้วของ TBSP ให้นางสาว สุธิดา มงคลสุธี ที่ราคาหุ้นละ 131.50 บาท รายละเอียดปรากฏตามข่าววันที่ 20 และ 23 พฤศจิกายน 2558 นั้นเนื่องจากมีผลกระทบต่อความปลอดภัยด้านการบิน ตลอดจนระเบียบปฏิบัติหากจำเป็นต้องมีการขออนุญาตปล่อยวัสดุหรือสิ่งที่เป็นภัยต่อการเดินอากาศ พร้อมทั้งข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องหากเครื่องบินประสบอุบัติเหตุจากการกระทำดังกล่าว,ราคาหุ้นบริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG ปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ 11.50 บาท บวก 1 บาท หรือ 9.52% สูงสุดที่ 11.70 บาท ต่ำสุดที่ 10.60 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 778.54 ล้านบาท ด้าน บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 15 บาท News Summary: สรุปข่าวประจำวันที่ 20 พ.ย.58Gold Spot 1,070/1,065 1,075/1,080SET ฟื้นตัวต่อ SET ฟื้นตัวต่อ ด้วย Sentiment เชิงบวกของตลาดภูมิภาค และปัจจัยภายในเอง คาดได้ปัจจัยหนุนด้าน Fund flow ต่างชาติ จากเงินบาทที่กลับมาแข็งค่า ซึ่งล่าสุดอยู่ที่ระดับ 35.65 จาก 35.80 บาทในช่วงเช้า นอกนั้นยังไม่มีปัจจัยกำหนดทิศทางตลาดนัก ทั้งนี้ SET ปิดตลาดภาคเช้าที่ระดับ 1,392.51 จุด, +7.54 จุด หรือ +0.54% ด้วยมูลค่าซื้อขายที่ระดับ 1.5 หมื่นลบ. กลุ่มหลักหนุนตลาดกันอย่างละนิดอย่างละหน่อย โดยพลังงาน ICT และแบงก์ ปิดบวก +0.8%, +0.5 และ +0.4% ตามลำดับ ด้านตลาดภูมิภาคอยู่ในแดนบวก เกือบๆ ระดับ 1%อีกทั้งอัตรากำไรขั้นต้นจะดีขึ้นจากราคาเม็ดพลาสติกที่ถูกลงและการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น ยังคาดกำไรสุทธิปี 59 (สิ้นสุด มี.ค. 16) โตโดดเด่น 132% จากปีก่อน และโตต่อเนื่องอีก 15% จากปีก่อน ในปี 60 ราคาหุ้นมีการพักฐานหลังกระชากขึ้นแรงแต่เป็นโอกาสในการซื้อ ราคาเป้าหมาย 15 บาท,ทั้งนี้ นักลงทุนต่างจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของนายดรากี เพื่อประเมินว่า ECB จะดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) มากขึ้นหรือไม่ในการประชุมวันที่ 3 ธ.ค.นี้ Valuation : มูลค่าเหมาะสมปี 2016F 23.03 บาท เราคาดแนวโน้มกำไรสุทธิจะเติบโต 21.2% y-y ในปี 15F สู่ระดับ 34.5 ล้านบาท แนวโน้ม 2H15 โดดเด่น จากการบันทึกกำไรเพิ่มสองโครงการ,SET : ไม่ขึ้นไม่ว่า ขอแค่รักษาฐานแนะนำซื้อ BANPU โดยมีแนวรับที่ 20.50 และ 20.30 และมีแนวต้านที่ 21.20 และ 21.80 เป็นจุดขายทำกำไรสำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่จะมีการเปิดเผยในวันนี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของเยอรมนีในเดือนต.ค. และดุลการชำระเงินเบื้องต้นของสหภาพยุโรปช่วงไตรมาส 3/2558 ซึ่งจะมีการเปิดเผยในเวลา 14.00 น. และ 17.00 น.ตามเวลาไทย ตามลำดับทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อย งวดไตรมาส 3/58 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2558 มีกำไรสุทธิ 3.82 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.03 บาทต่อหุ้น เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 19.37 ล้านบาท หรือขาดทุนสุทธิ 0.15 บาทต่อหุ้น เนื่องจากมีรายได้จากการให้บริการและการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น รวมถึงมีรายได้อื่นเพิ่มเติม ในขณะเดียวกันต้นทุนบริการและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลงด้วยนักบริหารเงินเปิดเผยถึงค่าเงินบาทปิดตลาด (20 พ.ย.) ที่ระดับ 35.73/75 บาท/ดอลลาร์ จากตอนเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 35.78/80 บาท/ดอลลาร์,AOT มูลค่าการซื้อขาย 547.19 ล้านบาท ปิดที่ 322.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท、slot welcome bonus 100、อย่างไรก็ตาม สัญญาทองคำได้รับแรงกดดันในระหว่างวัน หลังจากรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ประจำวันที่ 27-28 ต.ค.ระบุว่า เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายส่วนใหญ่ของเฟดมีความเห็นที่สอดคล้องกันว่าเฟดควรจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า สำหรับที่มาของเงินในการใช้จ่ายช่วงวันลอยกระทงนั้นส่วนใหญ่ 74.1% มาจากเงินเดือนและรายได้ปกติ, 17.4% มากจากส่วนเงินออม ส่วนที่เหลืออีก 7.4% มาจากเงินจากรายได้พิเศษ/โบนัส ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีของการฟื้นตัวของระบบเศรษฐกิจ ที่ประชาชนจะนำเงินเดือนและรายได้ปกติมาใช้จ่ายมากขึ้น ต่างจากปีก่อนที่ผู้ตอบ 72% นำเงินเดือนและรายได้ปกติมาใช้ และอีก 23.4% นำเงินเงินออมมาใช้โดยส่วนใหญ่เป็นชาวสหรัฐอเมริกาและชาวยุโรป และนอกเหนือจากห้องพักแล้ว ที่โรงแรมเอสเคป เขาใหญ่ ยังมีห้องสัมมนาที่จุได้ถึง 100 คน สำหรับจัดกิจกรรมและสังสรรค์ โดยมีพื้นที่รองรับทั้งในห้องประชุมและกลางแจ้ง ซึ่งตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงสิงหาคมปีนี้ มียอดกลุ่มลูกค้าเข้าจองเพื่อสัมมนาเฉลี่ย 10 กลุ่มคนต่อเดือน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 28% ของรายได้โรงแรม เอสเคป เขาใหญ่โดยนักบริหารเงิน คาดว่า วันนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 35.65-35.85 บาท/ดอลลาร์。

Three recent papers attempt to look at the next stage of the world’s most important relationship.

The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay
Credit: The White House

The Asia security field is a crowded one these days, and that is a good thing. The region is confronting a number of destabilizing threats: disputes over islands in the South and East China Seas, weak governance in several Southeast Asian nations, and continuing?uncertainty over North Korea’s intentions and capabilities, among others. All are long-term, ongoing challenges, and the more ideas that get out there about how to manage these issues, the better.

No issue gets as much attention, however, as the U.S.-China relationship and what it means for regional security. For most, it boils down to whether the era of U.S. primacy is over. If it is, what should the next stage look like and how does China fit in? If not, how does the United States preserve its role as the fundamental security guarantor in the region and how does China fit in?

Three recent, thoughtful reports/papers attempt to address this question: the first, “Revising U.S. Grand Strategy Toward China”?by my CFR colleague Robert Blackwill and Carnegie Endowment scholar Ashley Tellis; the second, “The Future of U.S.-China Relations Under Xi Jinping: Toward a New Framework of Constructive Realism for a Common Purpose”?(pdf)?by former Australian Prime Minister Kevin Rudd; and the third, “Beyond American Predominance in the Western Pacific: The Need for a Stable U.S.-China Balance of Power”?by Carnegie Endowment scholar Michael Swaine. Each adopts a different approach and arrives at different conclusions, although the Rudd and Swaine analyses are largely compatible. Blackwill and Tellis explicitly seek to develop a roadmap for continued U.S. primacy in the Asia Pacific. Rudd and Swaine, in contrast, argue that such an effort is unrealistic, even harmful, given the realities of U.S. commitments and domestic politics, as well as China’s intentions and growing capabilities. Both Rudd and Swaine seek to have the United States and China sacrifice near-term interests for a longer-term greater good. However, Rudd places a much greater burden of compromise on the United States, while Swaine is more even-handed in his call for accommodation by both sides.

I was most eager to read the Rudd report. I have heard the former prime minister speak on a number of occasions and have always been impressed by his insights. In his report, Rudd assumes the role of peacemaker—trying to bridge the gap between the “private or semi-private narratives each side [the United States and China] may have about the other.” Although ostensibly designed to speak equally to Chinese and U.S. policymakers, the report is, for the most part, designed for a U.S. audience—explaining China and the Chinese perspective to Americans and offering recommendations for Washington.

Rudd’s argument is premised on his belief that Chinese President Xi Jinping is someone with whom the United States can work, that he is prepared to take calculated risks, and that there is now a window in China for Washington and Beijing to strike a grand bargain. According to Rudd, it is up to the United States to use this space as creatively as possible, while it lasts. While this is an appealing narrative, the report does not make?clear why Rudd believes this. Rudd also leaves the reader hanging when he asserts that China will become a more active participant in the reform of the global rules-based order and that it will bring a “new, forthright Chinese voice in the world.” It would have been helpful had the prime minister explained whether this voice will mean more Air Defense Identification Zones or more Asian Infrastructure Investment Banks or both. The implications for the region are vastly different.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

There are also some off-putting notes. Rudd begins by announcing that the Chinese economy will continue to thrive, noting: “Sorry, but on balance, the Chinese economic model is probably sustainable.” It is an awkward pronouncement that assumes that Americans want the Chinese economy to fail—something very few Americans, in fact, desire. (What Americans do want is a thriving Chinese economy that offers a fair and open trade and investment environment.)

While bold and fun to read, Rudd’s analysis of Xi’s presidency and the potential for significant new cooperation with the United States—should only the United States?seize the moment—ultimately falls short because it is difficult to find the evidence to support it. Xi may well have the political capital to strike a grand bargain, but Rudd’s faith in him notwithstanding, it remains unclear that he wants one.

The lack of demonstrable Chinese interest in a more accommodating regional security posture makes me initially sympathetic to the dominant theme of the Blackwill and Tellis report. As Blackwill and Tellis note, the current Chinese leadership has offered little indication—either in words or action—that it does not have as its endgame supplanting the United States as the regional hegemon. However, the report adopts such an uncompromising stance on any potential for the United States and China to find common ground that it loses me along the way. There is a built-in assumption that China necessarily wants to supplant the United States—not simply this regime at this moment in time. Such a deterministic understanding of Chinese politics and interests ignores ongoing debates within the country and the potential for new understandings to emerge

The recommendations (as in the Rudd report) run several pages, and for the most part, they represent a coherent strategy for the United States. Blackwill and Tellis have flipped the current hedging strategy from its emphasis on engagement with limited containment to containment with limited engagement. Much paper is devoted to strengthening military and economic ties with our allies. Still, it is difficult to understand, at times, how the containment and engagement will all work together—for example, “agreeing on enhanced security confidence-building measures between the two sides” while the United States establishes a new technology-control regime and levies an across-the-board tariff on Chinese economic goods in response to Beijing’s cyberattacks. Whatever its weaknesses, however, the report raises appropriate alarm bells concerning the challenge that many current Chinese economic and security behaviors pose for U.S. interests and the necessity of addressing them directly.

Ultimately, I thought the quietest piece—the one released with the least fanfare—was the most thought-provoking and compelling. Swaine offers a reasonably even-handed assessment of both the U.S. and PRC perspectives and tackles head on the problem that Beijing and Washington have concerning “clashing assumptions and beliefs about the requirements for continued order and prosperity in Asia.” He also identifies several very specific areas for potential cooperation, including the Korean Peninsula, Taiwan, and the management of maritime territorial disputes, and then proceeds to lay out how actual progress might be realized through various trade-offs. For example, he suggests that the United States halt arms sales to Taiwan in return for credible assurances by Beijing that it will not use force against Taiwan (except in the case of a dejure declaration of independence) and acceptance that unification would be peaceful and must involve the consent of people of Taiwan. One can agree or not with all of Swaine’s analysis or prescriptions, but in a much shorter piece, he takes the reader deeper and farther into understanding the challenges at hand and the potential roadmap for resolution.

Elizabeth C. Economy is?C.V. Starr Senior Fellow and Director for Asia Studies at the Council on Foreign Relations. She is an expert on Chinese domestic and foreign policy and U.S.-China relations and author of the award-winning book,?The River Runs Black: The Environmental Challenge to China’s Future.?This post appears courtesy of?CFR.org?and?Forbes?Asia.