The Debate

เกม โจ ก เกอร์1️⃣LOOK618: The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay

ตรวจ สลาก ดิจิตอล ออมสิน, ราคาปิด 1.15 นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เปิดเผยว่า การที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)คงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.5% เป็นเรื่องที่ดีและเหมาะสมแล้ว เพราะการพิจารณานโยบายการเงินต้องดูเรื่องการแข่งขันของอัตราแลกเปลี่ยน ภาพรวมอัตราดอกเบี้ย และผู้ที่ถือเงินบาทด้วย ซึ่งขณะนี้ถือว่าอัตราดอกเบี้ยเป็นระดับที่สมดุลแล้ว?ทั้งนี้ ยอดค้าปลีกของผู้ค้าปลีก 25 ราย ขยายตัวได้ดีในเดือนพ.ค. ซึ่งจำนวนผู้ค้าปลีกดังกล่าวเพิ่มขึ้น 9 รายจากเดือนที่แล้ว และปรับขึ้น 6 รายจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วBDMS ก่อตั้งในปี 2512 และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อปี 2534 บริษัทเป็นผู้นำธุรกิจในฐานะผู้ประกอบการโรงพยาบาลเอกชนรายใหญ่ที่สุดในประเทศด้วยเครือข่ายตราสัญลักษณ์โรงพยาบาลที่แข็งแกร่ง ปัจจุบันบริษัทมีโรงพยาบาลในเครือทั้งหมด 41 แห่งภายใต้ตราสัญลักษณ์โรงพยาบาลที่เป็นที่รู้จักในประเทศจำนวน 5 ตรา ภายใต้ตราสัญลักษณ์โรงพยาบาลต่างประเทศ 1 ตรา และภายใต้ตราสัญลักษณ์โรงพยาบาลอื่น ๆ ในประเทศอีก 6 ตรา โดยตราสัญลักษณ์โรงพยาบาลหลักคือโรงพยาบาลกรุงเทพ (19 แห่ง) โรงพยาบาลสมิติเวช (5 แห่ง) โรงพยาบาลบีเอ็นเอช (1 แห่ง) โรงพยาบาลพญาไท (5 แห่ง) และ โรงพยาบาลเปาโล (3 แห่ง) ตราสัญลักษณ์เหล่านี้เป็นที่รู้จักอย่างดีในกลุ่มคนไทย ส่วนโรงพยาบาล 2 แห่งในประเทศกัมพูชาดำเนินงานภายใต้ชื่อ Royal International Hospital นอกจากนี้ ยังมีโรงพยาบาลอีก 6 แห่งที่ดำเนินงานภายใต้ตราสัญลักษณ์โรงพยาบาลท้องถิ่นคือโรงพยาบาลสนามจันทร์ โรงพยาบาลเทพากร โรงพยาบาลภูเก็ตอินเตอร์เนชั่นแนล โรงพยาบาลศรีระยอง โรงพยาบาลดีบุก และโรงพยาบาลเมืองเพชร ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2558 บริษัทมีความสามารถในการให้บริการผู้ป่วยในทั้งสิ้น 5,507 เตียง ฐานลูกค้าของบริษัทครอบคลุมกลุ่มคนไข้ระดับกลางถึงระดับบนในหลากหลายทำเล โดยที่ปรึกษาเห็นว่าเอกสารเหล่านี้ล้วนแต่เป็นเอกสารที่มีความสำคัญต่อเงื่อนเวลาในการดำเนินโครงการ ซึ่งจะกระทบต่อต้นทุนและภาระทางการเงินที่แท้จริง ซึ่งจากการพิจารณาข้อมูลและเหตุผลดังกล่าวจึงมีความเห็นว่า ผู้ถือหุ้นไม่ควรลงมติอนุมัติการเข้าทำรายการในครั้งนี้ด้านนายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้อนุมัติให้มีการดำเนินโครงการตั้งโรงผลิตไฟฟ้าจากการแปรรูปขยะมูลฝอย 2 โครงการ ภายในปีนี้ที่ อบจ.นนทบุรี มูลค่าโครงการประมาณ 4,400 ล้านบาท และเทศบาลเมืองนครราชสีมา มูลค่าโครงการประมาณ 2,200 ล้านบาท วิตกเจรจาหนี้กรีซเหลว ฉุดหุ้นยุโรปปิดวานนี้ร่วงหนัก EFORL คาด Q2/58 รายได้-กำไรใกล้เคียง Q1/58-เจรจาซื้อกิจการใหม่เพิ่มเติม นักลงทุนมีความมั่นใจมากขึ้นว่าอุปสงค์ของผู้บริโภคกำลังกระเตื้องขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจจะกำหนดช่วงเวลาที่ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) จะเริ่มปรับขึ้นดอกเบี้ย โดยต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นจะช่วยหนุนความต้องการดอลลาร์FSMART (Bt 12.20 เป้าเทคนิค 12.6-13.5 cut loss ถ้าหลุด 11.8)SAMART (BUY:Consensus [email protected]): แม้ธุรกิจจำหน่ายโทรศัพท์ของ SIM ยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะแข่งขันรุนแรง แต่คาดถูกชดเชยด้วยธุรกิจติดตั้งระบบ ICT จาก SAMTEL ซึ่งมี Backlog 6.1 พันลบ. และอานิสงค์จากนโยบาย Digital Economy + มี Upside Risk จากเริ่มขยายธุรกิจไปยังธุรกิจโรงไฟฟ้าขยะและถ่านหิน จึงแนะนำ ซื้อ ประเด็นข่าวหนี้กรีซที่ลากยาวมาตั้งแต่ต้นปีโดยล่าสุดIMF ประกาศยุติการเจรจาด้วยเหตุผลที่ว่าทั้งสองฝ่ายมีความแตกต่างกันมากในหลายประเด็นซึ่งอาจส่งผลให้กรีซผิดนัดชำระหนี้และอาจต้องออกจากกลุ่มยูโรโซนในที่สุด ลำดับ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ จำนวน (หุ้น) %หุ้น1. บริษัท อันดามัน ลองบีช รีสอร์ท จำกัด 564,426,331 9.76% กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวของไทยในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2558 (ม.ค.-พ.ค.2558) ว่า ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย จำนวน 12,448,641 คน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 24.72 ก่อให้เกิดรายได้ 592,923.37 ล้านบาท และ มั่นใจว่าทั้งปีนี้จะมีรายได้จากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวตามเป้าที่ตั้งไว้ 2.2 ล้านล้านบาทอย่างแน่นอนโดยเช้านี้ (15 มิ.ย.) พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว โดยมีพล.ต. ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ต.อ. บุญส่ง จันทรีศรี รองผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล นายสรัญ รังคสิริ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย และนายชวลิต พันธ์ทอง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน ของ PTT ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือให้ใช้พื้นที่สถานีบริการน้ำมันปตท. มีแผนการเปิดตัวศูนย์การค้าใหม่ 3 แห่งในปีนี้ล่าสุด บริษัทได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเมือกหอยทากชื่อว่า สยามสเนล(Siamsnail) โดยจะเริ่มจำหน่ายในเดือน มิ.ย.นี้เป็นเดือนแรก ซึ่งจะเน้นจำหน่ายในสาขาวุฒิศักดิ์คลีนิคที่มี 121 สาขาทั่วประเทศ โดยบริษัทจะเน้นกลยุทธ์การเพิ่มยอดขายในสาขาเดิม คาดว่าจะใช้งบการตลาดในการกระตุ้นยอดขายประราว 200 ล้านบาท EFORL คาด Q2/58 รายได้-กำไรใกล้เคียง Q1/58-เจรจาซื้อกิจการใหม่เพิ่มเติม RPC 138.63 65.64 ขาดทุนนายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า บริษัทได้ปิดการขายโครงการคอนโดมิเนียม 2 โครงการทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดรวมมูลค่าเกือบ 3,000 ล้านบาท ได้แก่ โครงการเดอะ เบส แจ้งวัฒนะ มูลค่าโครงการ 2,470 ล้านบาท และ ดีเวียง สันติธรรม ย่านใจกลางเมืองเชียงใหม่ มูลค่าโครงการ 450 ล้านบาท โดยเฉพาะโครงการดีเวียงฯ สามารถปิดการขายได้ภายใน 2 วันหลังจากเปิดการขายอย่างเป็นทางการเมือวันที่ 4-7 มิ.ย.ที่ผ่านมา CITY เปลี่ยนนโยบายปันผลเป็นไม่เกิน 40% ของกำไรสุทธิจากเดิมจ่ายราว 40%โดยเช้านี้ (15 มิ.ย.) พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว โดยมีพล.ต. ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ต.อ. บุญส่ง จันทรีศรี รองผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล นายสรัญ รังคสิริ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย และนายชวลิต พันธ์ทอง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน ของ PTT ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือให้ใช้พื้นที่สถานีบริการน้ำมันปตท.,ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียปิดภาคเช้าที่ 1,731.46 จุด ลดลง 2.91 จุด, -0.17% ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ 26,909.20 จุด ลดลง 371.34 จุด, -1.36%ด้านนายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้อนุมัติให้มีการดำเนินโครงการตั้งโรงผลิตไฟฟ้าจากการแปรรูปขยะมูลฝอย 2 โครงการ ภายในปีนี้ที่ อบจ.นนทบุรี มูลค่าโครงการประมาณ 4,400 ล้านบาท และเทศบาลเมืองนครราชสีมา มูลค่าโครงการประมาณ 2,200 ล้านบาท。

อย่างไรก็ดี บริษัทคงเป้าหมายยอดรายได้ในปีนี้เติบโต 100% หรือแตะ 770 ล้านบาท โดยบริษัทมีงานในมือปัจจุบัน (Backlog) อยู่ราว 100 ล้านบาทที่จะรับรู้ภายในปีนี้ทั้งหมด ขณะเดียวกันก็อยู่ระหว่างการยื่นประมูลงานเพิ่มเติมอีก มูลค่ารวม 250 ล้านบาท คาดหวังจะได้รับงานราว 30%, LHBANK ยังวิ่งต่อ จ่อปิดดีลขายหุ้น-เก็งเข้าคำนวณใน SET100โดยภาษีเงินได้นิติบุคคลได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและผู้ประกอบการเปลี่ยนยื่นชำระภาษีผ่านทางอินเตอร์เน็ตมากกว่าที่คาดไว้ (ซึ่งขยายเวลาการชำระภาษีได้อีก 8 วัน)คำแนะนำของ ASLถือหรือปรับตัวรอซื้อเล่นรอบแนวรับ 1,504 (1,500)ขณะที่ปัญหาหนี้สินของกรีซ ในวันที่ 18 มิ.ย.จะเป็นวันชี้ชะตาว่ากรีซจะสามารถชำระหนี้ภายในสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ ได้หรือไม่ เนื่องจากรัฐมนตรีคลังในกลุ่มยูโรโซนจะจัดประชุม Eurogroup เพื่อตัดสินใจว่าจะให้ความช่วยเหลือกรีซต่อไปหรือไม่ ซึ่งทางธนาคารกลางยุโรป(ECB)แนะนำให้กรีซยอมรับสภาพความเป็นจริง ซึ่งถ้าหากตกลงกันไม่ได้ กรีซจะผิดนัดชำระหนี้ (Default) อย่างเป็นทางการ ประเด็นข่าวหนี้กรีซที่ลากยาวมาตั้งแต่ต้นปีโดยล่าสุดIMF ประกาศยุติการเจรจาด้วยเหตุผลที่ว่าทั้งสองฝ่ายมีความแตกต่างกันมากในหลายประเด็นซึ่งอาจส่งผลให้กรีซผิดนัดชำระหนี้และอาจต้องออกจากกลุ่มยูโรโซนในที่สุดโดยวานนี้(11 มิ.ย.) นายอดิศร มุ่งพาลชล รองผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย)กล่าวว่า ราคาหุ้น LHBANK ปรับตัวสูงขึ้น คาดว่าจะเป็นการเข้ามาเล่นเก็งกำไรของนักลงทุน เนื่องจากมีประเด็นเรื่องพันธมิตรที่เข้ามา ตามที่ LHBANK มีนโยบายนี้มาตั้งแต่เข้าตลาดฯ แต่จะออกมาในรูปแบบใดยังต้องรอความชัดเจน ประเมิน Downside และ Upside มีไม่มากระหว่างที่นักลงทุนยังมองหาปัจจัยใหม่ๆ โดยเฉพาะการประชุม FOMC ในสัปดาห์หน้า รวมถึงความคืบหน้าการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ,Energy: ปรับตัวลดลงมาทดสอบแนวรับของกรอบแนวโน้มขาขึ้นที่ 19500 และมีแนวต้านที่ 20000 และ 20400 เป็นแนวต้านสำคัญต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษายืนและแก้คำพิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ในส่วนนางสาวสุรีย์ โดยพิพากษาว่าเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด ลงโทษความผิดระหว่างวันที่ 2 มกราคม ถึงวันที่ 17 สิงหาคม 2535 จำคุก 4 เดือน และปรับ 133,333.33 บาท และความผิดระหว่างวันที่ 18 สิงหาคม ถึงวันที่ 7 ตุลาคม 2535 จำคุก 1 ปี และปรับ 333,333.33 บาท โทษจำคุกไม่รอการลงโทษ、อย่างไรก็ตาม สัญญาน้ำมันดิบ WTI ขยับลงเล็กน้อย เนื่องจากตลาดได้รับแรงหนุนในระหว่างวัน หลังจากสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของอุปสงค์น้ำมันดิบทั่วโลกในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ สู่ระดับ 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน และได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของอุปสงค์ตลอดปี 2558 ขึ้นสู่ระดับ 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน SET ปิดปรับลง JAS ซื้อขายสูงสุด 1.29 พันลบ.พร้อมกันนั้น นายชวน ตั้งมติธรรม นางอัญชัน ตั้งมติธรรม และนางสาวชุติมา ตั้งมติธรรม ได้ขอลาออกจากการเป็นกรรมการของบริษัทโดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย.58 เป็นต้นไป และภายหลังการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นและคณะกรรมการของบริษัทดังกล่าว บริษัทจะมีการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารของบริษัท ซึ่งบริษัทคาดว่า จะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทแต่อย่างใด,SET Index แนวโน้มขึ้นทดสอบ 1520-1525 แต่เป็นจังหวะขายเพื่อทดสอบแรงซื้อ 1512 / 1510 1515 / 1518ในช่วงปี 2558-2560 สมมติฐานพื้นฐานของทริสเรทติ้งคาดว่ารายได้ของบริษัทจะเติบโตโดยเฉลี่ย 10% ต่อปี โดยปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจจะมาจากการเปิดโรงพยาบาลแห่งใหม่และการเติบโตของจำนวนผู้ป่วยในโรงพยาบาลในเครือของบริษัท อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงาน(อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายต่อรายได้) อยู่ที่ 21.5% ในปี 2557 และ 23.6% ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2558 เปรียบเทียบกับระดับ 20.4% ในปี 2556 อันเป็นผลมาจากรายได้ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งและการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพของบริษัท โดยทริสเรทติ้งคาดว่าอัตราส่วนกำไรของบริษัทในช่วง 2558-2560 จะอยู่ที่ระดับประมาณ 22%ขณะที่เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2558 ศาลฎีกามีคำพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่านางสาวสุรีย์เป็นตัวการร่วมกับนางชมพูนุท กระทำความผิด 1 กระทง ตามมาตรา 243 และ 244 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา โดยลงโทษนางสาวสุรีย์ จำคุก 1 ปี และปรับ 333,333.33 บาท และนางชมพูนุท จำคุก 1 ปี 6 เดือน และปรับ 500,000 บาท โทษจำคุกไม่รอการลงโทษสำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่า ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดวานนี้ (15 มิ.ย.) ที่ 17,791.17 จุด ร่วงลง 107.67 จุด หรือ -0.60%, ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 5,029.97 จุด ลดลง 21.13 จุด, -0.42% และดัชนี S P500 ปิดที่ 2,084.43 จุด ลดลง 9.68 จุด หรือ -0.46%CPN มีเป้าหมายถัดไปอยู่ที่ 46.50 บาท และมีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่ 49 บาทหุ้นเนชั่นแนล แบงก์ ออฟ กรีซ เอสเอ และยูโรแบงก์ เออร์กาเซียส เอสเอ ดิ่งลงกว่า 10%กรีซกำลังถูกกดดันเพิ่มขึ้นให้หาทางออกเกี่ยวกับสถานการณ์หนี้ของประเทศให้ได้โดยเร็วที่สุด หลังกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประกาศยุติการเจรจาแก้ไขวิกฤติหนี้กับกรีซแล้ว เนื่องจากมีความแตกต่างกันอย่างมากในหลายประเด็น โดยกรีซไม่ยอมตัดลงรายจ่ายด้านบำนาญและขอให้มีการปรับโครงสร้างหนี้, (-) ภาวะเงินทุนต่างชาติ นักลงทุนต่างชาติยังคงเป็นผู้ขายสุทธิ เมื่อวานนี้CPN มีเป้าหมายถัดไปอยู่ที่ 46.50 บาท และมีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่ 49 บาท หุ้นแนะนำภาคบ่าย: เก็งกำไร SUPER (มีโอกาสถูกนำเข้าคำนวณใน SET50 และคาดรายได้จากการจำหน่ายไฟที่จะรับรู้ใน 2H58 จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ, เป้าทางกลยุทธ์ 2.00-2.10 ตัดขาดทุน 1.87), TIP (ราคาปัจจุบันยังคงถูกมาก ซื้อขายที่เพียง 9x PER ขณะที่อุตสาหกรรมประกันภัยยังโตต่อเนื่อง), PT (ได้ประโยชน์จากนโยบาย Digital Economy และราคาปรับลดลงจนน่าสนใจอีกครั้ง, เป้าทางกลยุทธ์ 11.00 ตัดขาดทุน 9.60 บาท) ,GL (ราคาปิดภาคเช้า 13.20)ขณะที่กรีซตำหนิกลุ่มเจ้าหนี้ว่าเป็นสาเหตุทำให้การเจรจารอบใหม่ล้มเหลว โดยนายยานนิส ดรากาสซาคิส รองนายกรัฐมนตรีกรีซกล่าวว่า กลุ่มเจ้าหนี้ยืนกรานว่า กรีซจะต้องลดยอดขาดดุลงบประมาณด้วยการลดเงินบำเหน็จบำนาญลงสู่ระดับ 1% ของจีดีพี และปรับภาษีมูลค่าเพิ่มขึ้นอีก 1% ของจีดีพี ซึ่งถือเป็นเงื่อนไขที่กรีซยังไม่สามารถยอมรับได้กำหนดทุนจดทะเบียน 4,000,000 บาท แบ่งออกเป็น 400,000 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท โครงสร้างการถือหุ้นมี บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 100% ตลาดหุ้นเอเชียเพิ่มขึ้นเช้านี้ ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ。

Three recent papers attempt to look at the next stage of the world’s most important relationship.

The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay
Credit: The White House

The Asia security field is a crowded one these days, and that is a good thing. The region is confronting a number of destabilizing threats: disputes over islands in the South and East China Seas, weak governance in several Southeast Asian nations, and continuing?uncertainty over North Korea’s intentions and capabilities, among others. All are long-term, ongoing challenges, and the more ideas that get out there about how to manage these issues, the better.

No issue gets as much attention, however, as the U.S.-China relationship and what it means for regional security. For most, it boils down to whether the era of U.S. primacy is over. If it is, what should the next stage look like and how does China fit in? If not, how does the United States preserve its role as the fundamental security guarantor in the region and how does China fit in?

Three recent, thoughtful reports/papers attempt to address this question: the first, “Revising U.S. Grand Strategy Toward China”?by my CFR colleague Robert Blackwill and Carnegie Endowment scholar Ashley Tellis; the second, “The Future of U.S.-China Relations Under Xi Jinping: Toward a New Framework of Constructive Realism for a Common Purpose”?(pdf)?by former Australian Prime Minister Kevin Rudd; and the third, “Beyond American Predominance in the Western Pacific: The Need for a Stable U.S.-China Balance of Power”?by Carnegie Endowment scholar Michael Swaine. Each adopts a different approach and arrives at different conclusions, although the Rudd and Swaine analyses are largely compatible. Blackwill and Tellis explicitly seek to develop a roadmap for continued U.S. primacy in the Asia Pacific. Rudd and Swaine, in contrast, argue that such an effort is unrealistic, even harmful, given the realities of U.S. commitments and domestic politics, as well as China’s intentions and growing capabilities. Both Rudd and Swaine seek to have the United States and China sacrifice near-term interests for a longer-term greater good. However, Rudd places a much greater burden of compromise on the United States, while Swaine is more even-handed in his call for accommodation by both sides.

I was most eager to read the Rudd report. I have heard the former prime minister speak on a number of occasions and have always been impressed by his insights. In his report, Rudd assumes the role of peacemaker—trying to bridge the gap between the “private or semi-private narratives each side [the United States and China] may have about the other.” Although ostensibly designed to speak equally to Chinese and U.S. policymakers, the report is, for the most part, designed for a U.S. audience—explaining China and the Chinese perspective to Americans and offering recommendations for Washington.

Rudd’s argument is premised on his belief that Chinese President Xi Jinping is someone with whom the United States can work, that he is prepared to take calculated risks, and that there is now a window in China for Washington and Beijing to strike a grand bargain. According to Rudd, it is up to the United States to use this space as creatively as possible, while it lasts. While this is an appealing narrative, the report does not make?clear why Rudd believes this. Rudd also leaves the reader hanging when he asserts that China will become a more active participant in the reform of the global rules-based order and that it will bring a “new, forthright Chinese voice in the world.” It would have been helpful had the prime minister explained whether this voice will mean more Air Defense Identification Zones or more Asian Infrastructure Investment Banks or both. The implications for the region are vastly different.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

There are also some off-putting notes. Rudd begins by announcing that the Chinese economy will continue to thrive, noting: “Sorry, but on balance, the Chinese economic model is probably sustainable.” It is an awkward pronouncement that assumes that Americans want the Chinese economy to fail—something very few Americans, in fact, desire. (What Americans do want is a thriving Chinese economy that offers a fair and open trade and investment environment.)

While bold and fun to read, Rudd’s analysis of Xi’s presidency and the potential for significant new cooperation with the United States—should only the United States?seize the moment—ultimately falls short because it is difficult to find the evidence to support it. Xi may well have the political capital to strike a grand bargain, but Rudd’s faith in him notwithstanding, it remains unclear that he wants one.

The lack of demonstrable Chinese interest in a more accommodating regional security posture makes me initially sympathetic to the dominant theme of the Blackwill and Tellis report. As Blackwill and Tellis note, the current Chinese leadership has offered little indication—either in words or action—that it does not have as its endgame supplanting the United States as the regional hegemon. However, the report adopts such an uncompromising stance on any potential for the United States and China to find common ground that it loses me along the way. There is a built-in assumption that China necessarily wants to supplant the United States—not simply this regime at this moment in time. Such a deterministic understanding of Chinese politics and interests ignores ongoing debates within the country and the potential for new understandings to emerge

The recommendations (as in the Rudd report) run several pages, and for the most part, they represent a coherent strategy for the United States. Blackwill and Tellis have flipped the current hedging strategy from its emphasis on engagement with limited containment to containment with limited engagement. Much paper is devoted to strengthening military and economic ties with our allies. Still, it is difficult to understand, at times, how the containment and engagement will all work together—for example, “agreeing on enhanced security confidence-building measures between the two sides” while the United States establishes a new technology-control regime and levies an across-the-board tariff on Chinese economic goods in response to Beijing’s cyberattacks. Whatever its weaknesses, however, the report raises appropriate alarm bells concerning the challenge that many current Chinese economic and security behaviors pose for U.S. interests and the necessity of addressing them directly.

Ultimately, I thought the quietest piece—the one released with the least fanfare—was the most thought-provoking and compelling. Swaine offers a reasonably even-handed assessment of both the U.S. and PRC perspectives and tackles head on the problem that Beijing and Washington have concerning “clashing assumptions and beliefs about the requirements for continued order and prosperity in Asia.” He also identifies several very specific areas for potential cooperation, including the Korean Peninsula, Taiwan, and the management of maritime territorial disputes, and then proceeds to lay out how actual progress might be realized through various trade-offs. For example, he suggests that the United States halt arms sales to Taiwan in return for credible assurances by Beijing that it will not use force against Taiwan (except in the case of a dejure declaration of independence) and acceptance that unification would be peaceful and must involve the consent of people of Taiwan. One can agree or not with all of Swaine’s analysis or prescriptions, but in a much shorter piece, he takes the reader deeper and farther into understanding the challenges at hand and the potential roadmap for resolution.

Elizabeth C. Economy is?C.V. Starr Senior Fellow and Director for Asia Studies at the Council on Foreign Relations. She is an expert on Chinese domestic and foreign policy and U.S.-China relations and author of the award-winning book,?The River Runs Black: The Environmental Challenge to China’s Future.?This post appears courtesy of?CFR.org?and?Forbes?Asia.